Petcharavejhospital.com
Health promotion
Value package, not ambiguous, ready and clear.

More

More
Doctor
Dr.UTAIN BOONORANA
Internal Medicine Clinic
Doctor profile
Dr.PEAR SUBSAMROUY
Obstetrics and Gynecologist Clinic
Doctor profile
Dr.PHUWASIT TRIJAKSUNG
Surgery Center
Doctor profile
Dr.DANAI CHOCKCHAISAKU
Surgery Center
Doctor profile

More
Health articles
จ้องมือถือนานเสี่ยงอาการทางสายตา
ชีวิตยุคสมัยใหม่แตกต่างจากเมื่อก่อนค่อนข้างมาก ทั้งอาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงการติดต่อสื่อสาร และช่องทางการรับข่าวสาร ที่มีมือถือสมาร์ทโฟนมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และด้วยเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมมือถือที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความแพร่หลาย ทำให้เราต้องมีสมาร์ทโฟนเพื่อรับข่าวสาร หรือใช้เพื่อผ่อนคลายจากการการดูสื่อต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ใครหลายคนอาจติดมือถือ และอาจมีความเสี่ยอาการทางสายตามากยิ่งขึ้น   เล่นมือถือนานส่งผลต่อสายตาอย่างไร   อย่างที่เรารู้กันดีว่าตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ไม่สามารถขาดมือถือได้ และอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายหากไม่สามารถจำกัดเวลาใช้งานตามความเหมาะสม โดยอวัยวะที่เสี่ยงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นดวงตา ยิ่งผู้ที่เพ่งมองหน้าจอนาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง หรือหาความรู้ หากไม่มีการพักสายตา อาจเกิดผลเสียได้หลายทาง เช่น อาการสายตาล้า ปวดตา ตาแห้ง ตามัว สำหรับเด็กเล็กอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสายตาสั้นได้ นอกจากนี้ด้วยท่าทางการจ้องมองจอมือถือนาน ๆ ยังสามารถส่งผลให้เกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหลัง ปวดคอ และปวดหัว เป็นต้น ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้จอมือถือนาน ๆ เราก็ควรมีวิธีถนอมสายตาด้วย     การถนอมสายตาจากจอมือถือ   วิธีการถนอมสายตานั้นมีอยู่หลายวิธีทั้งการช่วยป้องกันสายตาเมื่อต้องอยู่หน้าจอ การพักสายตาเมื่อเล่นมือถือนาน ๆ ทุกวิธีล้วนทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เช่น - พักสายตาทุก 30 นาที - กระพริบตาให้ได้ 4-6 ครั้ง/นาที ไม่ฝืนอ่านตัวอักษรที่มีขนาดเล็กมากจนเกินไป - เว้นระยะห่างจากหน้าจอประมาณ 30-40 เซนติเมตร - ปรับความสว่างของหน้าจอให้พอดีไม่มืดเกินไปหรือสว่างเกินไป - ไม่ใช้งานมือถือหากอยู่บนพาหนะที่มีความสั่นไหวทำให้มองจอได้ยาก - อากาศแห้งไม่ควรใช้สายตานานจนเกินไป และหากอยู่ในช่วงพักผ่อนควรหาโอกาสทำสิ่งอื่นนอกจากเล่นมือถือ เช่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดการจ้องมองจอ เป็นต้น   การเล่นมือถืออาจมีความเพลิดเพลิน และเรียบง่าย แต่หากเล่นมากจนเกินไป จะทำให้มีผลเสียกับร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรแบ่งเวลามาทำอย่างอื่น ไม่ใช่แค่เพียงเพราะต้องการถนอมสายตาเท่านั้น แต่การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นยังสามารถสร้างความสนุกสนาน และเป็นการสานสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ หรือครอบครัวได้อีกด้วย   ________________________________   ติดต่อศูนย์จักษุ   วันเปิดทำการ : บริการทุกวัน เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00 น. ตึก/ชั้น : A/16 และ B/1  เบอร์ติดต่อ : 1390  
Read more
โรคฉี่หนู ภัยร้ายที่มากับพวกหนู ๆ
หากพูดถึงสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “หนู” สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในท่อ ปราดเปรื่อง ว่องไว มักจะอยู่ชุกชุมในสถานที่ที่สกปรก ซึ่งในตัวหนูนั้นจะมีเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคมิวรีนไทฟัส (Murine typhus) เชื้อที่อยู่ในตัวหมัดหนู โรคพยาธิตัวตืดที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของหนู แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อที่ทำให้เกิด “โรคฉี่หนู” นั่นเอง   โรคฉี่หนูคืออะไร   โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า เลปโตสไปรา ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งคนและสัตว์ โดยการติดเชื้อในคนจะมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร น้ำดื่มที่ปนเปื้อนแบคทีเรียดังกล่าว รวมถึงการสัมผัส หรือได้รับแบคทีเรียทางรอยแผลที่ผิวหนัง โดยผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่อง ตัวเหลือง คลื่นไส้ และอาเจียน หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับตับและไต และอาจรุนแรงทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบจนถึงขั้นเสียชีวิตได้   โรคฉี่หนู โรคติดต่อที่มากับน้ำท่วม   หน้าฝนแบบนี้คงหลีกเลี่ยงการเกิดน้ำท่วมขังจนเกิดดินโคลนไม่ได้ โดยน้ำฝนจะชะล้างเอาเชื้อโรคต่าง ๆ มาไหลรวมกันเป็นแอ่งน้ำ เมื่อเราเดินลุยน้ำท่วมร่างกายจะได้รับแบคทีเรียเข้าไปเต็ม ๆ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ที่เป็นพาหะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่น หนู สุกร โค สุนัข เป็นต้น เชื้อแบคทีเรียนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานเป็นเดือน โดยระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 1-2   ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคฉี่หนู   เกษตรกร หรือผู้ที่ทำงานปศุสัตว์ที่ต้องทำงานใกล้ชิด หรือสัมผัสสัตว์บ่อย ๆ ผู้ที่ทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬาทางน้ำ ผู้ที่อยู่ในที่ประสบอุทกภัย หรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง คนงานโรงฆ่าสัตว์ สัตวแพทย์ คนงานเหมืองแร่ คนขุดลอกท่อ   การรักษาโรคฉี่หนู   โดยปกติแล้วโรคฉี่หนูจะสามารถเป็นแล้วหายเองได้ หากต้องรับประทานยาแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลา 5-7 วัน เพื่อให้เชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดออกไปจนหมด แต่หากมีอาการรุนแรงแพทย์จะทำการฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือดโดยตรง และต้องนอนเพื่อดูอาการที่โรงพยาบาลเพราะเชื้อดังกล่าวอาจส่งผลให้อวัยวะนั้น ๆ หยุดทำงานได้   โรคฉี่หนูป้องกันได้   หลีกเลี่ยงการแช่ในน้ำ หรือเลี่ยงการเดินในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ควบคุม หรือกำจัดหนูในบริเวณที่อยู่อาศัยให้ปราศจากหนู เมื่อหลีกเลี่ยงการลุยน้ำไม่ได้ ต้องรีบทำความสะอาดมือ และเท้าหลังลุยน้ำทันที ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร ปศุสัตว์ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ต้องใส่ถุงมือยาง และรองเท้าบูททุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย   หนู เป็นสัตว์ที่นำพาเชื้อโรคต่าง ๆ มาสู่คนได้มากมาย ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดที่อยู่อาศัย เพื่อไม่ให้หนูมาสร้างรัง และกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคในที่สุด   แหล่งข้อมูลอ้างอิง กรมควบคุมโรค : https://moph.go.th/index.php/news/read/691 ____________________   ติดต่อคลินิกอายุรกรรม วันเปิดทำการ : บริการทุกวัน เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00 น. ตึก/ชั้น : A/16 และ B/1 เบอร์ติดต่อ : 1390  
Read more
511
Counter Check Up per day
64,231
Counter visits per Day
43
Years of caring
4,254
Inpatient Department