Petcharavejhospital.com
Health promotion
Value package, not ambiguous, ready and clear.

More

More
Doctor
Dr.UTAIN BOONORANA
Internal Medicine Clinic
Doctor profile
Dr.PEAR SUBSAMROUY
Obstetrics and Gynecologist Clinic
Doctor profile
Dr.PHUWASIT TRIJAKSUNG
Surgery Center
Doctor profile
Dr.DANAI CHOCKCHAISAKU
Surgery Center
Doctor profile

More
Health articles
รอบรู้เรื่องยาคุม
การทานยาคุมกำเนิด (Birth control pill) เป็นวิธีคุมกำเนิดที่บรรจุฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพื่อออกฤทธิ์ต่อการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ยับยั้งการตกไข่ ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะสามารถซื้อได้ง่าย หากรับประทานยาถูกวิธีจะทำให้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่มีคนไม่น้อยที่มีความเชื่อผิด ๆ หรือรับประทานยาคุมกำเนิดที่ผิดวิธี ซึ่งอาจนำมาถึงปัญหาการตั้งครรภ์ได้   ยาคุมกำเนิดมีกี่ประเภท และใช้อย่างไร   ยาคุมกำเนิดมี 3 ชนิด คือ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive - COC) จะประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนรวมกันในเม็ดเดียว โดยยาคุมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงมาก หากรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และยังมีผลดีทำให้ประจำเดือนมาตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ อาจปวดประจำเดือนน้อยลงได้ ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestrogen-only pills - POP) จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว ยาคุมชนิดนี้ในหนึ่งแผงจะมีทั้งหมด 28 เม็ด รับประทานได้ทุกวันโดยไม่ต้องหยุด เมื่อรับประทานหมดแล้วก็สามารถรับประทานแผงใหม่ต่อได้เลย เป็นชนิดที่ผลิตออกมาเพื่อลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน (Emergency contraception pill) มักใช้เฉพาะในยามฉุกเฉิน เช่น ถุงยางแตก หรือรั่ว เป็นต้น   ยาคุมกำเนิดออกฤทธิ์อย่างไร   มีผลต่อผนังมดลูก ทำให้ผนังมดลูกบางจนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ ทำให้มีการตกไข่ หรือมีผลในการยับยั้งกระบวนการก่อนเกิดการปฏิสนธิ (fertilization) ท่อนำไข่เคลื่อนไหวมาก ทำให้ไข่ที่ถูกผสมไม่ทันฝังตัว เกิดมูก หรือเมือกที่ปากมดลูก ทำให้ปากมดลูกมีความเหนียวข้นส่งผลให้อสุจิเคลื่อนผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น   หากลืมกินยาคุมต้องทำอย่างไร   ลืมทานยา  1 เม็ด ให้รีบทานยาทันที แต่หากลืมทานยาเกิน  1 วันให้ทานพร้อมกัน 2 เม็ด หากลืมทานยา 2 วัน ให้ทานยา 2 เม็ดทันที และให้ทานอีก 2 เม็ดในวันต่อไป ในระหว่างนี้ ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะเริ่มกินยาแผงใหม่ เมื่อลืมทานยามากกว่า 2 วันขึ้นไป ให้เลิกทานยาแผงนั้นไปเลย และใช้ถุงยางอนามัยแทน แล้วเริ่มทานยาแผงใหม่ในรอบประจำเดือนต่อไป     ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุม   ยาคุมทำให้อาเจียน เพราะส่วนประกอบของยาคุมจะมีฮอร์โมนในปริมาณมากผู้ใช้บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยอาการนี้มักจะเกิดในคนที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรือในคนที่สูบบุหรี่ ยาคุมเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง   ยาคุมฉุกเฉินทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือ   ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินไม่ได้มีผลทำให้เกิดมะเร็งแต่อย่างใด แต่ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ ไม่ควรทานเพราะฮอร์โมนที่รับประทานอาจเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้   ข้อแนะนำในการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน   ควรทานยาคุมกำเนิดในเวลาเดิมทุกวัน หากลืมทานยาให้ทำตามคำแนะนำข้างต้น ห้ามทานยาคุมกำเนิดหลังวันหมดอายุที่แจ้งไว้บนแผงยา ควรงดการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ เนื่องจากยาคุมกำเนิดมีฮอร์โมนที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ่มเลือดอุดตัน หากมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว และอาเจียนจะมีผลทำให้การดูดซึมของยาน้อยลง จึงควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น สำหรับสตรีให้นมบุตร ควรใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเพียงอย่างเดียว   ยาคุมกำเนิดอาจเป็นตัวช่วยเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ให้ผลดี แต่ยาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ และค่อนข้างมีผลข้างเคียงมากกว่าการป้องกันด้วยวิธีอื่น ดังนั้นการรับประทานยาคุมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อความปลอดภัย และป้องกันผลข้างเคียงที่อาจตามมาได้
Read more
ร้อนใน ปัญหาจุกจิกที่รักษาเองได้
อาการร้อนใน (Aphthous Ulcers) เป็นอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิด โดยแพทย์ได้สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากพันธุกรรม หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่เพิ่มความเสี่ยง หรือโอกาสเกิดอาการร้อนใน เช่น ฮอร์โมน หรือเชื้อไวรัส ถึงแม้ว่าอาการดังกล่าวจะสามารถหายไปได้เองภายใน 2 สัปดาห์ แต่ระหว่างนั้นหากเกิดภาวะลุกลามหรืออาการไม่ดีขึ้นให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป   ร้อนในเกิดจากอะไร   ในปัจจุบันยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าร้อนในเกิดจากสาเหตุใด โดยเบื้องต้นอาจเกิดจากปัจจัยต่าง  ๆ หลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม เชื้อไวรัสและแบคทีเรีย การแพ้อาหาร หรือการขาดสารอาหาร ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ความเครียด พักผ่อนน้อย หรือแม้แต่ปัจจัยภายนอกเองก็สามารถทำให้เกิดการกระตุ้นจนก่อให้เกิดอาการร้อนใน เช่น อาหารที่รับประทาน หรือแม้แต่การเกิดจากลักษณะเฉพาะของร่างกายสตรี คือ ประจำเดือน เป็นต้น   อาการของร้อนใน   อาการโดยทั่วไปของภาวะนี้จะมีความคล้ายคลึงกัน คือ มีลักษณะบวมแดง และเจ็บตามจุดต่าง ๆ ในช่องปาก เช่น ที่ริมฝีปากด้านใน ลิ้น แก้ม ในบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ หรือต่อมน้ำเหลืองบวม เป็นต้น แต่ก็ใช่ว่าภาวะร้อนในจะไม่มีอันตราย เนื่องจากยังมีอาการที่ควรเฝ้าระวัง และเมื่อหากเกิดขึ้นควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ได้แก่ แผลที่เกิดขึ้นมีจำนวนมากกว่าจุดเดียว และเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้ว่าแผลเก่าจะยังไม่หาย แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าปกติ หรือลุกลามไปยังบริเวณอื่น มีอาการไข้สูงร่วมด้วยขณะมีแผลร้อนใน เป็นแผลร้อนในอย่างต่อเนื่อง และไม่มีอาการดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ผู้ที่มีปัญหา หรือมีอุปกรณ์ด้านทันตกรรมในช่องปากจนเป็นเหตุให้แผลหายช้า   เป็นร้อนในรักษาอย่างไร   หากเป็นแผลร้อนในโดยทั่วไปจะสามารถหายได้เองในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ - ภายใต้การดูแลสุขภาพของช่องปากอยู่เสมอ ๆ เช่น การแปรงฟันโดยไม่ใช้แปรงที่มีขนแข็งจนเกินไป - การใช้ย้ำยาบ้วนปากอ่อน ๆ เป็นต้น นอกจากนี้การคอยดูแลไม่ให้แผลมีอาการรุนแรงก็ยังสำคัญเช่นเดียวกัน - การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด - หรือจะเลือกการซื้อยามาทานเองแต่ก็ควรอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์ด้วย นอกจากนี้แผลร้อนในยังสามารถรักษากับแพทย์ได้โดยตรงหากไม่สามารถรักษาได้ด้วยตนเอง โดยแพทย์จะแนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านแบคทีเรีย เพื่อลดอาการอักเสบ และอาจต้องรับยาตามที่แพทย์สั่งด้วย   ร้อนในป้องกันอย่างไร   อาการดังกล่าวนี้ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ แต่สามารถลดความเสี่ยงให้เกิดได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดที่ทำให้เกิดการระคายเคือง หมั่นทานผักและผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินที่จำเป็นให้แก่ร่างกาย ดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากด้วยการแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดแผลภายในช่องปาก โดยเฉพาะผู้ที่จัดฟัน   แผลร้อนในถึงแม้ว่าจะหายได้เองเสียเป็นส่วนมาก แต่อาการที่เกิดขึ้นสามารถสร้างความรำคาญ และความลำบากในการใช้ชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรรักษาสุขอนามัยของช่องปาก และเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมเพื่อลดโอกาสเกิดโรคนี้ให้มากที่สุด
Read more
622
Counter Check Up per day
64,231
Counter visits per Month
43
Years of caring
4,212
Inpatient Department