สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

News & Events

การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในวัยเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่สมบูรณ์ และมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อจากโรคอันตรายต่างๆโดยคุณหมออรนุช โพธิ์วิเชียร กุมารเวชกรรม ประจำโรงพยาบาลเพชรเวช จะมาให้ข้อมูลเรื่องการดูแลเด็กด้วยวัคซีนในเบื้องต้นกันค่ะ

วัคซีนเด็ก เรื่องสำคัญ

วัคซีนมีอยู่หลายประเภท มีทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก รวมถึงวัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องได้รับมากกว่า 1 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้มากพอที่จะป้องกันโรคได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพาเด็กๆ ไปรับวัคซีนตามกำหนด รวมถึงปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับวัคซีนที่ใช้ให้ละเอียดก่อนการฉีดวัคซีน 

เตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน

ก่อนฉีดคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะมีความรู้เบื้องต้นมาก่อนว่า วันนี้ลูกจะต้องฉีด วัคซีน อะไร วัคซีนนั้นจะมีไข้หรือเปล่า และควรสังเกตด้วยว่ามีอาการผิดปกติหลังได้รับวัคซีนหรือไม่อย่างไร เพื่อเก็บเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้ยาและอาการข้างเคียงเพื่อแจ้งคุณหมอให้ทราบ 

ปกติวัคซีนชุดที่ฉีดให้เด็กวัย 2 เดือน 4 เดือนและ 6 เดือน จะเป็นวัคซีนชุดป้องกันโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอและตับอักเสบบี ทุกโรคที่กล่าวมาเป็นโรคร้ายแรง และวัคซีนตัวนี้หลังจากฉีดแล้ว เด็กๆ อาจจะมีไข้หรือปวดบวมบริเวณที่ฉีดได้แต่ไม่ได้เป็นทุกคน บางคนไข้สูง ปวดบวมร้องทั้งคืน บางคนก็ไม่เป็นอะไรเลยก็มีเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับร่างกายหรือภูมิคุ้มกันของเด็กแต่ละคน ในรายที่มีไข้คุณพ่อคุณแม่ดูแลโดยให้กินยาแก้ไข้เพื่อลดไข้ อาจจะมีไข้อยู่ 1-2 วันแล้วอาการก็ดีขึ้น

วัคซีนเสริมสำหรับทารก

วัคซีน ที่แนะนำให้ทารก(อายุไม่เกิน 1 ขวบ) ฉีดมี 3 ตัวหลักคือ วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส และวัคซีนป้องกัน HIB

วัคซีนป้องกันเชื้อโรต้า เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดลำไส้อักเสบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่มักเกิดกับเด็กวัย 6 เดือนถึง 2 ขวบหรือทารกในช่วงเดือนแรกๆ จะติดต่อกันได้ง่ายโดยอาจปนเปื้อนอยู่ที่สิ่งของ เมื่อเด็กไปสัมผัสแล้วเอามือเข้าปากก็รับเชื้อได้ ซึ่งเด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการอุจจาระร่วงอย่างรุนแรงและถ่ายเป็นน้ำ อาจมากถึง 7-8 ครั้งต่อวัน อาเจียน 7-8 ครั้งต่อวัน อาการเหล่านี้จะทำให้ทารกเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่จนมีภาวะช็อกได้อาจต้องนอนโรงพยาบาล วัคซีนตัวนี้ก็เลยทำขึ้นมาเพื่อจะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรต้า วัคซีนตัวนี้ถ้าให้ไว้ก็จะเป็นผลดีกับเด็กมากกว่า โรต้าไวรัสไม่ได้เป็นเชื้อตัวเดียวที่ทำให้เกิดลำไส้อักเสบในเด็กเล็ก แต่เป็นตัวเดียวที่มีวัคซีนป้องกันและพบได้บ่อย การรับวัคซีนนี้จะทำโดยการหยอดใส่ปาก 2 ครั้ง ห่างกัน 2 เดือน ให้ครั้งแรกก่อน 4 เดือน จะไม่มีการให้วัคซีนตัวนี้แก่เด็กที่อายุมากกว่า 4 เดือนขึ้นไปเพราะผลการศึกษาไม่พบว่าได้ผล โดยหมอยังยืนยันว่า การป้องกันด้วยวัคซีนยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากลดความรุนแรงของโรคและลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้

วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส  เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า สเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี จะทำให้เกิดโรคคือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด แม้จะพบไม่บ่อยแต่ยังพบได้อยู่ จึงเป็นวัคซีนทางเลือกที่แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่สะดวก วัคซีนตัวนี้ราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 2,000 – 3,000 บาทต่อเข็ม ฉีดทั้งหมด 4 ครั้ง 2 เดือน, 4 เดือน, 6 เดือนและ1 ปี 3 เดือน โดยจะเริ่มให้วัคซีนตั้งแต่อายุ 2 เดือน และให้ได้ถึง 6 ปี

วัคซีนฮิบ HIB เชื้อแบคทีเรียที่ร้ายแรงคล้ายคลึงกับเชื้อนิวโมคอคคัส ติดต่อได้ง่ายโดยระบบทางเดินหายใจ เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เมื่อติดเชื้อแล้วมักเข้าสู่กระแสเลือด รายที่รุนแรงเชื้อจะเข้าสู่สมองเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบเสียชีวิตได้ ถ้าไม่เสียชีวิตมักมีความพิการทางสมองและอาการปัญญาอ่อนตามมา การให้วัคซีนจะให้ที่อายุ 2,4,6 เดือน และ 1 ปี 6 เดือน รวม 4 ครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในวัคซีนรวมกับคอตีบ-บาดทะยัก- ไอกรน-ตับอักเสบบีและโปลิโอ ที่ต้องรับอยู่แล้ว

แนะนำวัคซีนเสริมกับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป

วัคซีนที่แนะนำมี 3 ตัวหลักคือ วัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส และวัคซีนป้องกันตับอักเสบเอ

วัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ เริ่มให้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปต้องฉีดทุกปี ปีแรกฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน จากการศึกษาพบว่า ในเด็กเล็กไม่สามารถที่จะสร้างภูมิขึ้นมาได้ดีต้องฉีด 2 ครั้ง หลังจากนั้นก็จะฉีดปีละ 1 ครั้งทุกปี

วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส พบบ่อยสุดช่วงอายุ 5-9 ปี ติดต่อได้ง่ายโดยหายใจเอาเชื้อที่ฟุ้งกระจายในอากาศ จากการไอจามหรือหายใจรดกันและจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยที่เป็นอยู่ โดยวัคซีนจะเริ่มให้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป ควรได้รับ 2 ครั้ง ห่างกัน 1-2 ปี ยิ่งห่างยิ่งกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี อัตราการเป็นอีสุกอีใสพบได้น้อยลงเนื่องจากได้รับวัคซีนกันไปแล้ว จริงๆ แล้วอีสุกอีใสไม่ใช่โรคร้ายแรง บางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย บางคนมีภาวะแทรกซ้อนแต่พบไม่บ่อย เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ 

วัคซีนป้องกันตับอักเสบเอ เป็นโรคติดต่อทางเดินอาหาร เมื่อเป็นแล้วอาจมีอาการไข้นานเป็นสัปดาห์ มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตับโต ปวดและเจ็บท้อง วัคซีนจะมีอยู่ 2 แบบคือ 1. วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ฉีดใต้ผิวหนัง 1 ครั้ง สำหรับอายุ 18 เดือนขึ้นไป และ 2. วัคซีนเชื้อตาย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน สำหรับอายุ 12 เดือนขึ้นไป จากการศึกษาพบว่า การใช้วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ A นั้น สามารถลดการเกิดโรคและการระบาดได้ ดังนั้นวัคซีนจึงเป็นแนวทางที่สำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ A

ขอเสริมสำหรับในเด็กผู้หญิงที่มีอายุ 9 ปีขึ้นไปก็จะมี วัคซีนป้องกัน HPV หรือมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่ ซึ่งเดี๋ยวนี้รัฐบาลสนับสนุนให้ฉีดฟรี ซึ่งมะเร็งปากมดลูกจะพบมากในผู้ใหญ่ ทางรัฐบาลจึงมองย้อนกลับมาในเด็กถ้าได้รับวัคซีนตั้งแต่เล็กโอกาสที่จะเป็นตอนโตก็จะน้อยลง

อาการป่วยกับการฉีดวัคซีน

เบื้องต้นต้องเช็คดูว่ามีไข้หรือไม่ ถ้ามีอาการแค่ไอ มีน้ำมูก ก็สามารถฉีดได้ตามปกติ แต่ถ้ามีไข้หมอจะไม่ฉีดให้ เพราะหากไม่สบายขึ้นมาจริงๆ จะไม่รู้ว่าไข้นั้นมาจากวัคซีนหรือมาจากการที่ไม่สบาย โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปได้ไม่มีปัญหา แต่ควรเข้มงวดเรื่องการฉีดให้ครบเข็ม แม้จะห่างไปเป็นเดือนก็ไม่มีการเริ่มต้นใหม่ อย่างเช่น ถ้าฉีดวัคซีนตอน 2 เดือน 4 เดือนไปแล้ว แล้วตอน 6 เดือนเด็กเกิดไม่สบายเข้าโรงพยาบาลไป 1 เดือน ถึงแม้จะมาตอนอายุ 8 เดือนก็จะฉีดเข็มที่ 3 ได้เลย ไม่มีการเริ่มต้นใหม่

ผลข้างเคียงของวัคซีนเสริม

วัคซีนเสริมจะไม่มีผลข้างเคียงหรือถ้ามีก็เกิดขึ้นได้น้อย แทบจะไม่มีตัวไหนที่ปวดบวมเลย ที่ หมอก็อยากจะฝากว่า วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ทั้ง100% ที่ป้องกันได้คือประมาณ 80% แต่โรคบางโรคควรจะฉีดป้องกันไว้ดีกว่า เพราะถ้ารอให้เป็นทีเดียวก็จะเป็นเยอะ อาการรุนแรงได้

เทคนิคดูแลหลังฉีดวัคซีน

• ตรวจสอบว่าลูกได้รับวัคซีนอะไร มีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงหรือไม่ 

• เฝ้าสังเกตอาการในสถานพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที และสังเกตอาการต่อที่บ้านด้วย หากมีอาการหลังที่ได้รับวัคซีนควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้รับวัคซีนในครั้งต่อไป บริเวณที่ฉีดอาจจะมีอาการปวด บวมแดง ร้อน อาจจะเกิดการงอแงได้ อาการนี้จะพบได้ในการฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 

• หากมีไข้สามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ ด้วยการเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เน้นบริเวณซอกคอ รักแร้ ข้อพับ และให้กินยาพาราเซตามอลแก้ปวดได้ แต่ไม่แนะนำในกรณีที่ยังไม่มีไข้ เพราะพบว่าอาจทำให้การกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงได้เช่นกัน 

• ควรจะเก็บบันทึกการฉีดวัคซีนไว้ให้ดีเพื่อประโยชน์ในการติดตามดูว่าได้รับวัคซีนอะไรไปแล้วบ้าง ครบถ้วนหรือไม่ และนอกจากนี้ยังใช้เป็นหลักฐานสำคัญในโอกาสต่างๆ เช่น จะมีผลเวลาที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ 

การป้องกันด้วยวัคซีนยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากลดความรุนแรงของโรคและลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมพาเด็กๆ เข้ารับการฉีดวัคซีนนะคะ