สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

News & Events

         คุณส้ม สุทธิดา สุทธิศิริภาส หัวหน้า ER จะมาพูดถึง ภาพรวมของแผนก ER เพชรเวช และทิศทางการดำเนินงานในอนาคตในใกล้นี้ มาดูกันว่าสิ่งที่วางแผนไว้จะออกมาในรูปแบบใด

 

Q : องค์รวมของการรักษาคนไข้ในแผนก ER 

A : หลักๆ จะให้เครดิตเรื่องการประเมินคนไข้ ถ้าประเมินคนไข้และสั่งการ ER ได้ถูกต้อง คนไข้โอกาสดีขึ้นมากกว่าเดิมที่โอกาสดีขึ้นอยู่แล้วจะดีขึ้นอีกแน่นอน คือคุณประเมินแล้วคนไข้อยู่ใน Level นี้จะให้การพยาบาลในระยะเวลาเท่าไหร่ จะทำอะไรให้กับเขาได้บ้าง เคสอาการแบบนี้ควร Admit ไปแผนกใด

Q : วิธีจัดการและแก้ปัญหาการจัดลำดับการรักษา 

A : เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาของเราเลย ช่วงเวลาที่ OPD หรือแผนกผู้ป่วยนอกปิด และต้องมาใช้บริการแผนกฉุกเฉินคนไข้หลาย ๆ คนจะรู้สึกว่ารอนานและโดนคนอื่นแซงคิว ความจริงไม่ใช่การแซงคิวแต่เป็นการจัดลำดับความเร่งด่วน คนไข้ที่มีภาวะฉุกเฉินกว่าจะได้ตรวจก่อน ต้องยอมรับว่าบางทีคนไข้ไม่เข้าใจ คือเมื่อก่อนในทีมก็จะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวจนลืมนึกไปว่าคนไม่ใช่หุ่นยนต์ คนไข้ต้องการข้อมูล ต้องการรู้ว่ารออะไร ทางทีมจึงจะเน้นหลัก ‘ใจเขาใจเรา’ เลยมีการปรับโดยเพิ่มทีมบุคลากรให้ไปสื่อสารกับคนไข้มากขึ้น อธิบายถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ ส่วนคนไข้ในกรณีที่เคสไม่ด่วน ต้องพูดคุยเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้มีเคสที่เร่งด่วนและไม่มีการลืมเขาอย่างแน่นอน 

Q : เคสประทับใจ

A : มีเคสอุบัติเหตุโดนรถบรรทุกชน ผู้ประสบเหตุมาในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว ทุกอย่างดูแย่ไปหมด เคสนี้ต้องชื่นชมทีมแพทย์ฉุกเฉินซึ่งดีมาก ทั้งแพทย์และพยาบาลเข้าชาร์จเร็ว ไล่ลำดับการทำงานได้ถูกต้อง พอเข้าไปพยาบาลผู้ประสบเหตุปุ๊บ แจ้งแพทย์ activate team เห็นจุดที่เป็นอันตรายเพราะคนไข้มีเลือดออกข้างใน ได้ทำการใส่สายระบายทรวงอก ทำทุกอย่างเร็ว จากนั้นส่งเข้าห้องผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว สุดท้ายเคสนี้คนไข้รอดชีวิตค่ะ  

Q : ภาพรวมส่วนงาน ER ของเพชรเวช

A : เดิม ER เราต่างคนต่างทำงาน แต่ทำอย่างไม่เป็นระบบ เราเห็นปัญหา และข้อผิดพลาด จึงเริ่มมีการปรับกระบวนการทำงาน ปรับการดูแล ลักษณะของการทำงานของพยาบาลในห้อง ER เดิมจะใช้คำว่าช่วยกัน ซึ่งพอช่วยกันมันจะไม่เห็นภาพ ไม่เป็นระบบ เลยกำหนดให้พยาบาล 1 คนดูคนไข้เตียงนั้น ๆ ไปเลย ทำงานตัวเองให้สมบูรณ์ ไม่โยนว่าเป็นงานใคร และคนที่ดูแลเตียงคนไข้หนักจะเป็นระดับรุ่นพี่แล้ว จะสามารถประเมินภาพได้เนื่องจากมีประสบการณ์  สามารถกำหนดทิศทางการดูแลได้ ส่วนน้อง ๆ ก็จะหมุนเวียนกันดูแลไป ได้เห็นภาพของพี่ ๆ ว่าทำอะไรบ้าง ลักษณะการทำงานจะส่งต่อแบบพี่สอนน้อง การทำให้ดู อันนี้คือทิศทางเราที่พยายามปรับ

ส่วนเรื่องการส่งต่อคนไข้อยู่ระหว่างการปรับให้เหมาะสม เพราะเคยมีการส่งผู้ป่วยไปผิดที่และส่งผลต่อการดูแลต่อเนื่อง เราก็จะเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่จากเดิมเราดูแค่ด่านหน้าของคำว่า ER เท่านั้น แต่ปัจจุบันเปลี่ยนใหม่โดยการดูครบทุกองค์ประกอบก็คือ การประเมินและส่งต่อ นอกจากนั้นยังมีการประชุมหรือประสานงานกับทุกส่วน นอกจากอุบัติเหตุก็ยังมีภาวะฉุกเฉินทางด้านอายุรกรรมอีกด้วย

นอกจากนั้นที่มีมากกว่าที่อื่นในเรื่องของเครื่องมือ คือเดิมที่เราต้องส่งขึ้นไปห้องเอกซเรย์ ตอนนี้เรามีระบบ Fast เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะเป็น E Fast ในเรื่องของการตรวจคัดกรองเบื้องต้นว่าคนไข้มีเลือดออกตรงจุดไหน ควรได้รับการส่งตัวไปแผนกไหนต่อ หากปลอดภัยผลออกมาดีก็สามารถย้ายคนไข้ขึ้นมารักษาต่อได้ แต่ถ้าเป็นเอกซเรย์ทั่วไปเราสามารถย้ายเครื่องลงมาช่วยที่ ER ได้ ก็จะลดการเคลื่อนย้ายคนไข้ไปๆมาๆ ซึ่งคนไข้มีความเจ็บปวดอยู่แล้ว ยิ่งเคลื่อนย้ายบ่อยยิ่งกระทบกระเทือนมากขึ้น

Q : ทิศทางที่วางแผนในอนาคต

A : การสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์อุบัติเหตุ หรือ Trauma Center ให้ได้ เพราะเรามีศูนย์ EMS แล้ว พัฒนากรอบการทำงานและการบริการห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน หรือ ER แล้ว ทีนี้การเป็น Trauma Center ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่จะเกิดขึ้นของโรงพยาบาลเพชรเวช เพราะจะมีความพร้อมทีมแพทย์ พยาบาล เช่น เครื่อง CT 128 Slide สามารถวินิจฉัยความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เครื่องมือ เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง การดูแลคนไข้ที่จะพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าเดิม

 

ความมุ่งมั่นก็คือโรงพยาบาลเพชรเวชเราพร้อมที่จะพัฒนาการให้บริการและการรักษาให้ดีที่สุด เพื่อ ความสะดวกสบายและคุ้มค่ากับการเข้ารับบริการมากที่สุดของผู้ป่วย