พังผืดทับเส้นประสาท
พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือคืออะไร

พิมพ์ พิมพ์ พิมพ์ ชา ชา ชา (เสียงการทำงานและอาการชาที่ตามมา) หลาย ๆ คนเฉยชินกับการชาบริเวณต่าง ๆ ของมือและมักมองข้าม เพราะชาแปปเดียวเดี๋ยวก็หาย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายที่นำพาไปถึงโรค “พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ” โรคที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคที่นำพาไปสู่อาการกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือด้านนอกลีบ

 

สาเหตุของพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

 

เกิดจากพังผืดบริเวณข้อมือมีขนาดใหญ่และหนามากขึ้น จนส่งผลต่อข้อมือ คือมีความดันบริเวณข้อมือสูงมากขึ้น จนทำให้เลือดไหลเวียนไปยังข้อมือและเส้นประสาทได้ยากลำบากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การที่เส้นเอ็นขยายตัวหนามากขึ้น โดยพังผืดยังมีขนาดเท่าเดิม และส่งผลต่อความดันที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมักเกิดจากผู้ที่ใช้ข้อมือซ้ำ ๆ ใน 1 วัน มากเกินไป เช่น การงอข้อมือ การแอ่นข้อมือ เป็นต้น โดยอาชีพที่เกิดความเสี่ยง คือ ชาวไร่ชาวสวน ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เยอะ หรือกีฬาที่ใช้ข้อมือมาก เป็นต้น

 

อาการของพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

 

มักมีอาการเริ่มต้นคือชานิ้วมือ และมักเกิดขึ้นบ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน โดยอาการชาจะค่อย ๆ เป็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนมากมักจะมีอาการชาในตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน และจะชาเกือบตลอดเวลาในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มือไม่ค่อยมีแรง หยิบจับของแล้วหลุดออกจากมือ และอาจไม่สามารถกำมือได้ เป็นต้น หากปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือด้านนอกลีบได้

 

วิธีการรักษาพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือเบื้องต้น

 

ผู้ป่วยต้องเข้าพบแพทย์เพื่อตกลงการรักษาตามอาการและสาเหตุที่เป็น โดยมีการรักษาเบื้องต้น ได้แก่

  • การดามข้อมือ เป็นวิธีที่พังผืดยังไม่มีขนาดใหญ่มากโดยการดามให้ข้อมืออยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานานพอสามารถทำให้เลือดกลับมาไหลเวียนไปยังประสาทที่ข้อมือได้มากขึ้น
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อมือ โดยลดการใช้ข้อมือลงเท่าที่จะทำได้หรือทำการเปลี่ยนอุปกรณ์การทำงานให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
  • การผ่าตัด หากผ่าตัดบริเวณดังกล่าวจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยวิธีการผ่าตัดมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น การผ่าตัดผ่านกล้อง การผ่าตัดแบบเปิด และการผ่าตัดแบบเปิดแผลจำกัด เป็นต้น

 

หากจะกล่าวถึงการป้องกันพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือในปัจจุบันสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้ดียิ่งขึ้นเพื่อลดการเกร็งและลดการงอนิ้วมือลง นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีทั่วไป เช่น การทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันได้ด้วยการรับวิตามิน B เข้าสู่ร่างกาย เช่น การทานอาหารจำพวกธัญพืช ปลา ไข่ และนม เป็นต้น

 

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เบอร์ติดต่อ : 1390