เปลี่ยนจาก "ข้อเข่าเสีย" เป็น "ข้อเข่าดี"
เปลี่ยนจาก "ข้อเข่าเสีย" เป็น "ข้อเข่าดี"

“ข้อเข่า” ถือว่าเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ประกอบกับภาระหน้าที่ของมันที่ใหญ่หลวงในการรองรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกายเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหว และการทรงตัว หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับข้อเข่า ใช่ว่าจะสร้างปัญหาเพียงความรู้สึกเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่มันยังส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาของคนแก่ แม้คุณจะยังไม่แก่ แต่แน่ใจแล้วหรือว่าตัวเองจะไม่เป็น

 

ทำความรู้จักกับโรคข้อเข่าเสื่อม

 

โรคข้อเข่า เป็นโรคที่มักพบได้ในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าวัยทำงาน และวัยกลางคนมีแนวโน้มเป็นโรคนี้กันมากขึ้น ซึ่งโรคข้อเข่าเกิดจากกระดูกผิวอ่อนของข้อเข่าสึกหรอ มีโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไป หรือเสื่อมสภาพลง หากไม่ได้รับการรักษา หรือผู้ป่วยยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงจะทำให้โรคนี้สะสมไปเรื่อย ๆ จนส่งผลให้ข้อเข่าผิดรูป และมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว

 

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

 

  • อาการในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกปวดเข่าเมื่อเคลื่อนไหว เช่น การเดินขึ้น-ลงบันได การนั่ง เป็นต้น และมักจะได้ยินเสียงลั่นในข้อ
  • อาการรุนแรง หากผู้ป่วยเริ่มรับรู้ได้ถึงอาการบวมร้อนของข้อ รู้สึกเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้ข้อเข่าผิดรูป เหยียด หรืองอเข่าไม่ได้ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมนี้สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประการ ดังนี้

  • อายุ ผู้ป่วยที่พบว่าเป็นโรคนี้มากที่สุดมักจะเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะปัญหาข้อเข่าเสื่อมนี้มักจะสะสมมาเป็นเวลานาน
  • พฤติกรรม การออกแรง หรือการใช้งานเข่ามากเกินไป เช่น การนั่งพับเพียบ การนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน ๆ การยกของหนัก และนักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน
  • อุบัติเหตุ ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด ข้อเข่าหลุด กระดูกบริเวณเข่าหัก
  • โรคประจำตัว ผู้ที่ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ และโรคเกาท์มักจะพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมด้วย

 

ภาวะแทรกซ้อนจากข้อเข่าเสื่อม

 

อาจเกิดอาการทางกระดูกและกล้ามเนื้อได้ เช่น ภาวะกระดูกตาย เกิดความผิดปกติบริเวณข้อ เช่น เลือดออก ติดเชื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเกิดผลข้างเคียงจากการผ่าตัดได้ เช่น อาการติดเชื้อหลังการผ่าตัด ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย

 

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

 

  • การรักษาแบบเบื้องต้น ได้แก่ ออกกำลังกายที่ไม่ใช้ข้อเข่ามากจนเกินไป เช่น ว่ายน้ำ เดิน เป็นต้น รับประทานอาหารที่เหมาะสม รักษาน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงสเตียรอยด์

  • การรักษาด้วยยา ได้แก่ ยาที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการปวดเข่า เช่น สเตียรอยด์ ยาอะเซตามิโนเฟน เป็นต้น แต่หากใช้นานเกินไปอาจมีผลข้างเคียงตามมา หรือทานอาหารเสริม แต่กรณีเลือกทานอาหารเสริมควรตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน นอกจากนี้ยังใช้วิธีการฉีดยาได้ด้วย เช่น กรดไฮยาลูโรนิก ที่มีคุณสมบัติช่วยให้สามารถขยับเข่าได้มากขึ้น

  • การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดข้อเข่าซึ่งมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ ตัดให้ข้อเข่าชิดกัน, เปลี่ยนข้อเข่า และเปลี่ยนแนวกระดูก นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วย โดยการเลือกรูปแบบการผ่าตัดนั้นต้องมาจากการปรึกษากับแพทย์เพื่อเลือกรูปแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด

  • การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การฝังเข็มซึ่งระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามวิธีการฝังเข็มก็ยังไม่สามารถรักษาข้อเข่าให้หายขาดได้จึงจำเป็นต้องรักษาควบคู่ไปกับวิธีอื่นด้วย

 

การป้องกันเข่าเสื่อม

 

การป้องกันเบื้องต้นคือการดูแลตัวเองให้มากขึ้น เช่น ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รักษาน้ำหนักให้ได้ตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีการป้องกันด้วยวิธีอื่น ๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้าน เช่น เมื่อมีอาการปวดสามารถประคบร้อนและเย็น รวมถึงทาครีมหรือเจลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ ยิ่งเราดูแลสุขภาพให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะสามารถส่งผลให้เรามีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับกระดูกน้อยลงในอนาคต เนื่องจากปัญหาข้อเข่าเหล่านี้มีโอกาสเกิดมากขึ้นตามอายุด้วยนั่นเอง

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เบอร์ติดต่อ : 1390