วัยทอง
วัยทอง ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

 

วัยทอง, วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู (Menopause) เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เหล่าสตรีทุกท่านน่าจะมีความกังวลเป็นพิเศษ เพราะเป็นวัย หรือช่วงอายุที่ร่างกาย และอารมณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังเป็นช่วงสิ้นสุดของวัยเจริญพันธุ์อีกด้วย โดยวัยทองจะเกิดขึ้น ณ ช่วงประมาณอายุระหว่าง 40-55 ปี

 

 

สาเหตุของวัยทอง

 

เกิดจากร่างกายที่ไม่มีการตกไข่ เนื่องจากรังไข่ไม่มีการทำงาน และหยุดผลิตฮอร์โมนเพศ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนแล้ว 

 

 

โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น 

 

  • พบประวัติบุคคลในครอบครัวมีการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ

 

  • เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม X

 

  • การผ่าตัดเอารังไข่ออก, ผ่าตัดเชิงกราน หรือการใช้รังสี และเคมีบำบัดในการรักษาเชิงกราน

 

  • มีการใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง

 

  • การสูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์ 

 

 

อาการวัยทองเป็นอย่างไร

 

  • มีอาการร้อนวูบวาบ, ใจสั่น, เหนื่อยง่าย

 

  • ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยจะมาแบบห่าง หรือไม่สม่ำเสมอ

 

  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ เช่น หลับยาก แต่ตื่นเช้า เป็นต้น

 

 

ความต้องการทางเพศลดลง

 

 

  • ความต้องการทางเพศลดลง, ช่องคลอดแห้ง และรู้สึกเจ็บหากมีเพศสัมพันธ์

 

  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว, หลงลืม, วิตกกังวล เป็นต้น

 

 

 

ระยะของวัยทอง

 

วัยทอง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

 


ระยะก่อนหมดประจำเดือน

 

 

ปวดศีรษะ

 

 

เริ่มต้นจากอาการประจำเดือนมาผิดปกติ, รู้สึกร้อนวูบวาบ, อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ และมีอารมณ์แปรปรวน

 

 

ระยะหมดประจำเดือน

 

ระยะนี้จะเกิดขึ้น หากสตรีมีอาการหมดประจำเดือนมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว 

 

 

ระยะหลังหมดประจำเดือน

 

มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเพิ่มเติม เช่น กระดูกพรุน, ช่องคลอดมีการตีบแคบ, หัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้ อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาได้

 

 

การวินิจฉัยวัยทอง

 

 

แพทย์ซักถามประวัติ

 

 

  • ซักถามประวัติ และสอบถามถึงประจำเดือน ว่ามาครั้งล่าสุดเมื่อไร และขาดไปตอนไหน เป็นต้น 

 

 

  • การตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนในร่างกายของผู้ป่วย

 

 

การรักษาวัยทอง

 

  • การใช้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อลดอาการหลังหมดประจำเดือน มีอยู่ 2 แบบ คือ การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสเตอโรนสำหรับผู้ที่มีมดลูก และการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเดียว สำหรับผู้ที่นำมดลูกออกไปแล้ว 

 

  • การใช้ยารักษาตามอาการ เช่น การให้ยาคลายความเครียดหากผู้ป่วยมีอาการวิตกกังวล หรือให้ยาแก้ปวดหากผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ หรือศีรษะ

 

  • การรักษาโดยใช้วิธีการแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็มที่อาจจะช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ และปัญหาอารมณ์แปรปรวน

 

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก, ระดับน้ำตาล หรือไขมัน และการตรวจฮอร์โมนเพศในเลือด เป็นต้น 

 

 

การเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทอง 

 

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้เน้นอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง และไขมันต่ำ

 

  • เสริมแคลเซียมกับวิตามินดี แต่ถ้าหากผู้ป่วยเป็นโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

 

 

หากิจกรรมคลายเครียด

 

 

  • หากิจกรรมคลายความเครียด, พักผ่อนให้เพียงพอ

 

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 30 นาที

 

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์ หรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ 

 

  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี 

 

  • หากมีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์กับคู่สมรส ควรเข้าพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาชีวิตคู่ 

 

 

วัยทอง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุภาพสตรีทุกท่านต้องเจอเมื่อถึงช่วงอายุนั้น วัยทองไม่ได้เกิดกับสตรีเพียงอย่างเดียว ผู้ชายสามารถเป็นได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ควรเตรียมตัวรับมือให้พร้อม หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ตื่นตระหนก หากท่านใดที่พบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องวัยทอง ให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับฟังแนวทาง คำแนะนำ และแนวทางการรับมือกับวัยทอง



 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

 

สูตินรีเวช

 

ทำไมประจำเดือนไม่มา รักษาได้อย่างไร