ทำไมเราต้องตรวจสุขภาพประจำปี
ทำไมเราต้องตรวจสุขภาพประจำปี

คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้นอย่างที่เห็นได้จากเทรนด์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานวิ่งมาราธอนที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างล้นหลาม หรือการหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่เรียกกันว่า อาหารคลีน เป็นต้น เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้นจึงหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น แต่ใช่ว่าการออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะเป็นหนทางที่จะนำไปสู่สุขภาพที่ดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่คนรักสุขภาพควรตระหนักอีกประการหนึ่งนั่นก็คือ “การตรวจสุขภาพ”

 

ตรวจสุขภาพประจำปีสำคัญอย่างไร

 

การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจหาโรคที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกาย ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เป็นโรคร้ายแรงกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะบางโรคจะแสดงอาการก็ต่อเมื่อป่วยเป็นระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว การตรวจสุขภาพจึงเป็นการตรวจหาความเสี่ยงและความผิดปกติที่อาจจะนำไปสู่โรคร้ายในอนาคตได้ โดยสาเหตุที่เราต้องตรวจสุขภาพประจำปีมีดังนี้

 

  • สภาวะสิ่งแวดล้อม ในตอนนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีสภาพอากาศไม่เหมือนกับแต่ก่อนเนื่องจากเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 มาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ด้วยตัวเมืองใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านอย่างเช่น กรุงเทพฯ ยิ่งสังเกตเห็นได้ว่าทุกคนมีความตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงไม่ใช่เพียงคนไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบุคคลเชื้อชาติอื่น ๆ ด้วย ไม่เพียงแต่ฝุ่น PM 2.5 เท่านั้น หากจะกล่าวให้ถูกต้องถึงจะไม่มีฝุ่นละอองเหมือนทุกวันนี้ เราก็ต้องเผชิญกับควันจากยานพาหนะตามเมืองใหญ่อยู่ดี การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยสืบเสาะหาความผิดปกติในร่างกายได้อย่างละเอียด และรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

  • โรคระบาดเกิดใหม่ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันเราได้เห็นโรคระบาดกำเนิดใหม่ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ อาจจะไม่ตลอด แต่ก็มีขึ้นมาอย่างไม่ขาดสายอย่างล่าสุดที่เราได้เห็นคือ “โควิด-19 (Covid-19)” ที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในประเทศจีน นอกจากนี้อาการจากโรคระบาดหลายโรคอาจไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ดังนั้นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพทางหนึ่งคือการตรวจสุขภาพประจำปีนั่นเอง ในช่วงที่ไวรัสหรือโรคร้ายแพร่ระบาดการตรวจสุขภาพอย่างตรงจุดจะสามารถพบเจอสิ่งผิดปกติในร่างกายได้ก่อนที่เชื้อโรคนั้นจะลุกลามจนยากเกินจะรักษา

 

  • ไม่เป็นไรไม่ใช่ปลอดภัย หลายต่อหลายครั้งที่เรามักคิดว่าร่างกายของเราแข็งแรงดี ไม่มีอาการไอ ไม่ปวดหัว ไม่มีไข้ ไม่ปวดเมื่อยตามตัว เท่ากับว่าเราแข็งแรงดี นั่นไม่ใช่ความจริง จริงอยู่ที่สำหรับบางคนอาจแข็งแรงจริง ๆ แต่เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเชื้อโรคหลากหลายสายพันธุ์อยู่รอบตัวเราแทบทุกที่ นั่นหมายความว่าใน 1 วัน เป็นเรื่องที่ยากมากหากเราจะหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ 100 % ไม่เพียงแต่เท่านั้น โรคร้ายหลายโรคมักแสดงอาการเมื่อมีการแพร่กระจายในร่างกายเข้าขั้นรุนแรงแล้ว เช่น โรคมะเร็งตามอวัยวะต่าง ๆ ที่มักปรากฏอาการเมื่อเข้าสู่ช่วงแพร่เชื้อมะเร็งจนอวัยวะเกิดความเสียหายไปแล้ว หรือจะเป็นการติดเชื้อ HIV ที่มีอาการให้สังเกตได้น้อยมาก และเชื้อ HIV เองก็สามารถหลบซ่อนอยู่ในร่างกายเราได้หลายปีก่อนจะเข้าสู่ภาวะของโรคเอดส์ในที่สุด ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมากสำหรับคนที่รักสุขภาพและต้องการตรวจหาโรคร้ายที่เราไม่เห็นด้วยตาเปล่า

 

  • เรียนรู้เพื่อป้องกัน การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแต่เป็นการตรวจหาโรคร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในร่างกายของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางการเรียนรู้ร่างกายของตัวเราเอง หากถามว่าเรารู้จักร่างกายของเราเองไปเพื่ออะไรหากไม่เป็นโรค คำตอบคือการที่เราได้รู้ความสมบูรณ์ของร่างกายของเราจะทำให้เห็นจุดที่อาจจะบกพร่องได้ในอนาคต หรือจุดที่เราพบว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหากไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้บางคนอาจไม่รู้ว่าตนเองมีโรคที่ถูกส่งต่อผ่านพันธุกรรมมาหรือเปล่า ดังนั้นการรู้จักร่างกายของตัวเราเองจากการตรวจสุขภาพประจำปีถือเป็นการวางแผนสุขภาพในอนาคตด้วย หากพบเจอความเสี่ยงแน่นอนว่าเราสามารถรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการป้องกันและพัฒนาความแข็งแรงของร่างกายต่อไปได้

 

โรคที่พบบ่อยหากไม่ตรวจสุขภาพ

 

ความจริงแล้วโรคภัยต่าง ๆ นั้นอยู่ล้อมรอบตัวเราเหมือนอากาศ เพียงแค่เราสูดลมหายใจเข้าไปอาจจะเป็นการดึงเอาโรคร้ายเข้าไปในร่างกายของเราด้วย และเชื้อโรค หรือไวรัสบางอย่างจะสะสมอยู่ในร่างกายของเรา มันจะรอเวลาในการแผลงฤทธิ์ออกมาโดยที่เราไม่รู้ตัว และเมื่อรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว โรคที่มักจะซ่อนอยู่ราวกับศัตรูที่กำลังซุ่มรอโจมตีร่างกาย ได้แก่

 

  • โรคมะเร็ง เป็นโรคร้ายที่พบว่าคนไทยมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย แถมมันยังเป็นภัยร้ายที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ ของเราอย่างเงียบกริบ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งในถุงน้ำดี เป็นต้น มะเร็งที่ยกตัวอย่างมานี้จะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลยพอมารู้ว่าเป็นมะเร็งก็อาจสายเกินที่จะรักษาเสียแล้ว

 

  • โรคเบาหวาน เป็นโรคที่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย เพราะหลายคนอาจจะคิดว่าโรคเบาหวานเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น แป้ง และน้ำตาลเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วโรคเบาหวานสามารถถ่ายทอดผ่านกันได้ทางพันธุกรรม หากเราไม่ตรวจสุขภาพก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน

 

  • โรคไต หลายคนอาจจะคิดว่าทานเค็มแล้วจะเป็นโรคไต แต่ความจริงแล้วโรคนี้ไม่จำเป็นต้องทานเค็มก็สามารถเป็นได้ แถมสาเหตุของการเกิดโรคยังมีหลายประการ และมากพอที่ทำให้เราสุ่มเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ง่าย ๆ โรคนี้ยังส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย

 

  • โรคหัวใจ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคนี้มากถึง 2 คนต่อชั่วโมง จากผู้ป่วยทั้งหมด 432,943 คน ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยติดอันดับ 1 ใน 5 จึงสามารถยืนยันได้ว่าโรคดังกล่าวเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง

 

 

การตรวจร่างกายสำหรับผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

 

การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ได้สำคัญกับแค่คนวัยทำงานเท่านั้น แต่สำคัญกับคนทุกช่วงวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมบางรายการ ได้แก่

  • การตรวจตา : บุคคลอายุ 60-64 ปี ควรได้รับการตรวจตาทุก 2-4 ปี แต่สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุก 1-2 ปี
  • ตรวจอุจจาระ : ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจอุจจาระ เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ปีละ 1 ครั้ง
  • การประเมินภาวะสุขภาพ : โดยจะประเมินจากภาวะโภชนาการ ความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน การทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน หากอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรได้รับการประเมินสมรรถภาพการทำงานของสมองเพิ่มเติม
  • ตรวจระดับไขมันในเลือดทุก 5 ปี
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจปัสสาวะทุกปี
  • ตรวจระดับครีอะทินีน ในเลือดทุกปี
  • หากอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดทุกปี
  • ตรวจเต้านม : ผู้หญิงวัย 60-69 ปี ควรได้รับการตรวจเต้านมทุกปี และสำหรับผู้สูงวัยเพศหญิงอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสม
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก : เพศหญิงอายุ 60-64 ปี ควรได้รับการตรวจ ทุก ๆ 3 ปี ส่วนหญิงสูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสม

 

ตรวจสุขภาพประจำปีกับโรงพยาบาลเพชรเวช

 

หลังจากที่เราได้รู้ความสำคัญของการตรวจสุขภาพไปแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะกำลังสงสัยว่าควรตรวจสุขภาพที่ใด ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถเลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านเพื่อความสะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตามหากจะกล่าวถึงการให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีในราคาที่คุ้มค่าย่านรามคำแหงนั้นโรงพยาบาลเพชรเวชเองก็มีบริการดังกล่าวเช่นกัน โดยโปรแกรมตรวจสุขภาพของเราครอบคลุมทั้งความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไต เอกซเรย์ปอดและหัวใจ รวมไปถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีของเราเท่านั้น หากท่านต้องการดูรายละเอียดรายการตรวจทั้งหมด (คลิก) นอกจากนี้เรายังมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการตรวจสุขภาพเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความถูกต้องของการตรวจด้วย

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ

 

  • นอนพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ผลการตรวจผิดปกติได้ โดยเฉพาะค่าความดันโลหิต

  • หากกินยา หรืออาหารเสริมควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อการตรวจเลือด

  • งดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วัน

  • ก่อนตรวจสุขภาพควรถอดเครื่องประดับและโลหะออก เมื่อทำการเอกซเรย์หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

  • หากมีโรคประจำตัว หรือประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งอื่น ควรนำมาให้แพทย์เพื่อประกอบคำวินิจฉัย

  • สตรีที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ควรเลี่ยงการตรวจเอกซเรย์เต้านม

  • สตรีที่อยู่ในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน ควรงดการตรวจปัสสาวะ เพราะค่าการตรวจสุขภาพอาจผิดปกติได้

  • สตรีที่สงสัยว่าตนเองมีการตั้งครรภ์ หรือมีประจำเดือนขาดช่วง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่องดการตรวจเอกซเรย์

 

เทคโนโลยีทางการแพทย์

 

CT Scan เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยโรค และความผิดปกติของร่างกาย ด้วยการฉายรังสีไปยังบริเวณที่ต้องการตรวจบนร่างกาย เพื่อดูอวัยวะภายในและทำการวินิจฉัยโรคหรือใช้ในการติดตามโรคที่เป็นอยู่ต่อไป เครื่อง CT Scan จะให้รายละเอียดของภาพมากกว่าการเครื่องแบบธรรมดาทั่วไป  โดยทางโรงพยาบาลเพชรเวชได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงชนิด 128 สไลด์ หรือ CT 128 Slices เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สามารถสแกนได้เร็วถึง 128 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ โดยใช้เวลาไม่เกิน 0.5 วินาที โดยสามารถวินิจฉัยโรคในสมอง ทรวงอก ช่องท้อง กระดูกต่าง ๆ และหลอดเลือด

 

ECHO คือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram หรือ Echocardiography) ใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูงที่ปลอดภัย โดยปล่อยคลื่นเสียงจากหัวตรวจ (Transducer) ซึ่งดูคล้ายไมโครโฟนผ่านผนังทรวงอกเข้าไปถึงหัวใจ เมื่อคลื่นเสียงผ่านอวัยวะต่าง ๆ ก็จะเกิดการสะท้อนกลับที่แตกต่างกันระหว่างน้ำกับเนื้อเยื่อ คอมพิวเตอร์จะนำสัญญาณเหล่านั้นมาแปลงเป็นภาพแสดงบนหน้าจอ การใช้เครื่อง ECHO นี้ แพทย์สามารถดูขนาดของห้องหัวใจตามแรงการบีบตัวของกล้ามเนื้อ การทำงานของหัวใจ รวมถึงการวินิจฉัยโรค ความรุนแรงของโรค ตลอดจนการติดตามผลการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อย หอบ ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการทำงานของลิ้นหัวใจ การไหลเวียนของเลือดในหัวใจ การเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ เป็นต้น

 

EST คือ วิธีการตรวจสมรรถภาพของหัวใจ โดยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายต่าง ๆ เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง หรือการตรวจวิ่งสายพาน และปั่นจักรยาน วิธีดังกล่าวจะเป็นการสร้างแรงเค้น ต่อกล้ามเนื้อหัวใจเพื่อตรวจสอบว่า ขณะที่ร่างกายกำลังออกกำลังอย่างหนักนั้นหัวใจมีภาวะ ขาดเลือดหรือไม่ เพราะขณะออกกำลังหัวใจจะต้องการเลือด และออกซิเจนมาหล่อเลี้ยง หากมีเลือดและออกซิเจน มาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอจะส่งผลให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจเกิดอาการ เจ็บแน่นหน้าอก ความดันเลือดลดลง และหัวใจเต้นผิดปกติ โดยเครื่อง EST แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ แบบสายพานไฟฟ้า (Treadmill) สามารถปรับตั้งโปรแกรมการทดสอบได้หลากหลายกว่า โดยสามารถปรับได้ทั้งความเร็วและความชันของสายพานวิ่ง และที่เป็นแบบแบบจักรยาน (Bicycle ergometer) เครื่องมือนี้จะมีราคาถูกกว่า กินเนื้อที่ในการติดตั้งน้อยกว่า และยังใช้ได้ดีในผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเดินกับการทรงตัว การตรวจ EST ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคหัวใจล้มเหลวเพื่อประเมินสมรรถภาพทางร่างกายและประเมินค่าการตอบสนองของผู้ป่วยหลังการรักษาและเพื่อทดสอบผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

 

Mammogram คือ เครื่องตรวจมะเร็งเต้านมหลายคนอาจรู้จักในชื่อ เอกซเรย์เต้านมโดยรูปที่ได้จะแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของเต้านม การตรวจด้วยวิธีนี้เป็นการตรวจที่แม่นยำ สามารถทำให้แพทย์เห็นความผิดปกติของเต้านมนอกเหนือจากการตรวจร่างกาย และถึงแม้ว่าจะไม่มีเชื้อมะเร็งเต้านมก็สามารถตรวจเพื่อเฝ้าระวังได้ การตรวจด้วยวิธีดังกล่าวยังมีความแม่นยำมากกว่าการทำอัลตราซาวด์เพราะการอัลตราซาวด์ไม่สามารถตรวจพบคราบหินปูนในเต้านมได้

 

การใช้ชีวิตในปัจจุบันมีความเสี่ยงกว่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลภาวะ หรือการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ บางคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ได้รู้ว่าร่างกายของตัวเองมีโรคใดที่ซ่อนอยู่หรือไม่ หากตรวจพบความผิดปกติจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้การตรวจสุขภาพยังจะได้คำแนะนำของการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอีกด้วย

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เบอร์ติดต่อ : 1390
แพคเกจและโปรโมชั่น : 0613895153