Petcharavejhospital.com
โปรโมชั่นสุขภาพ
คลายความกังวลใจ เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

เพิ่มเติม

เพิ่มเติม
บุคลากรแพทย์
พญ.แพร ทรัพย์สำรวย
ดูประวัติแพทย์
พญ.วารินทร์ เวสารัชวิทย์
ดูประวัติแพทย์
นพ.ภูวสิษฏ์ ตรีจักรสังข์
ดูประวัติแพทย์
นพ.ดนัย โชคชัยสกุล
ศูนย์กระดูกและข้อ
ดูประวัติแพทย์

เพิ่มเติม
บทความสุขภาพ
โรคย้ำคิดย้ำทำโรคของคนขี้กังวล
โรคย้ำคิดย้ำทำ OCD (Obsessive Compulsive Disorder) เป็นโรคของคนที่มีความกังวล และความไม่มั่นใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นผลให้ต้องทำกิจกรรมนั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมา เช่น การปิดไฟห้องน้ำ หรือการล้างมือบ่อย ๆ เป็นต้น โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้ทำได้ เมื่อทำแล้วจะทำให้รู้สึกคลายความกังวล ก่อนที่จะเริ่มกังวลใหม่อีกครั้ง   โรคย้ำคิดย้ำทำ คืออะไร   เป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง โดยผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมทำบางสิ่งบางอย่างซ้ำไป ซ้ำมาเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดความสบายใจ ซึ่งผู้ป่วยเองจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่นั้นไม่จำเป็น ถึงอย่างนั้นผู้ป่วยก็ไม่สามารถหยุดสิ่งที่ทำอยู่ได้ เช่น คอยดูว่าปิดไฟห้องน้ำหรือไม่ถึงแม้ว่าจะเห็นว่าปิดไปแล้วก็ตาม พฤติกรรมแบบนี้จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยตรง   โรคย้ำคิดย้ำทำเกิดจากอะไร   สาเหตุของการเกิดโรคนี้เกิดจากได้หลายช่องทางทั้งการทำงานผิดพลาดของร่างกาย จากครอบครัว หรือจากเหตุการณ์อื่น ๆ ได้แก่   การทำงานของสมอง และระบบประสาทที่ผิดปกติทำให้ส่งผลต่อความรู้สึกที่แสดงออกมา   เกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงได้   สภาพแวดล้อม หรือเหตุการณ์ที่เคยพบเจอ ส่วนมากจะเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลต่อชีวิต   อาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ   ผู้ป่วยจะเกิดอาการได้ 2 ส่วนคือ การย้ำคิด และการย้ำทำ ซึ่งสามารถอธิบายได้ ดังนี้   อาการย้ำคิด เป็นการคิดถึงสิ่งหนึ่งวนไปวนมาแต่ยังไม่ตัดสินใจลงมือทำ เช่น คิดมากว่าลืมปิดประตูบ้านหรือไม่ ตอนออกจากบ้าน หรือกลัวอันตรายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเองมากจนเกินไป   อาการย้ำทำ ผู้ป่วยจะทำทุกอย่างมากกว่าปกติ เช่น ล้างมือบ่อยครั้งอย่างไม่มีเหตุผล และไม่สามารถหยุดทำได้ หรือการปัดโต๊ะตลอด ๆ เพราะกลัวว่าจะมีสิ่งสกปรกทั้ง ๆ ที่ทำความสะอาดไปแล้ว เป็นต้น     ย้ำคิดย้ำทำหรือแค่กังวล   จากข้อมูลที่กล่าวไปหลายคนคงเข้าใจว่าตนเองเสี่ยงเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ระหว่างโรคนี้กับความรู้สึกกังวล หากเราแค่ทำบางอย่างซ้ำเพราะ กังวลเรื่องความปลอดภัย ทำแล้วสบายใจ จะยังไม่ถึงขั้นเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมอาการดังกล่าวได้ และเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หยุดคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ นั่นถึงหมายความว่าคุณเสี่ยงโรคย้ำคิดย้ำทำ   รักษาโรคย้ำคิดย้ำทำ   สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาทางจิตเวชภายใต้การดูแลของแพทย์ทั้งนี้ต้องระวังผลข้างเคียงด้วย นอกจากนี้ยังสามารถรักษาได้ด้วยการบำบัดทางจิตด้วยการให้ผู้ป่วยเผชิญสิ่งที่กังวล และอดทนต่อความต้องการของตนเอง เช่น หากผู้ป่วยกังวลเรื่องความสะอาดบนโต๊ะ ให้หาอะไรมาวางบนโต๊ะให้ดูเลอะ และพยายามหักห้ามใจให้ได้ 10-15 นาทีจึงค่อยไปทำความสะอาด จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มเวลาให้นานขึ้น   การป้องกันโรคย้ำคิดย้ำทำ   ดูแลตนเอง พักผ่อนให้เพียงพอ   ผ่อนคลายด้วยการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ดูหนัง เล่นโยคะ ฟังเพลง เป็นต้น   พยายามเสริมความมั่นใจให้กับตนเอง หลีกเลี่ยงความคิดที่เป็นกังวล   หากรู้ว่าตนเองมีความเสี่ยงให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำต่อไป   โรคย้ำคิดย้ำทำอาจไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้จะสามารถสร้างความลำบากในชีวิตประจำวัน และคนรอบข้างได้ ถึงแม้การบำบัดอาจจะลำบากแต่ถ้าพยายามจะสามารถหายจากโรคนี้ได้
อ่านเพิ่มเติม
ทำไมถึงต้องปวดท้องเวลามีประจำเดือน
ประจำเดือนกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน และสิ่งที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามมาของการมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิงคือ อาการปวดท้องประจำเดือน บางคนอาจมีอาการปวดถึงขั้นต้องหยุดงาน หรือหยุดเรียน หรือปวดถึงขนาดที่ไม่สามารถนอนหลับได้ ยิ่งใครที่ปวดหนัก ปวดบ่อยทุกเดือนอาจสร้างปัญหาให้กับการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย เป็นประจำเดือนว่าลำบากแล้ว หากยิ่งมีอาการปวดท้องยิ่งลำบากกว่า ดังนั้นเรามาดูสาเหตุของการปวดประจำเดือน และวิธีบรรเทาอาการปวดด้วยตนเองกัน   อาการปวดท้องประจำเดือนที่พบได้บ่อย   ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดท้องประจำเดือน หรือปวดท้องเมน (Period pain) มักจะเกิดก่อนที่ประจำเดือนจะมาประมาณ 1-2 วัน หรือจะปวดขณะที่มีประจำเดือน โดยอาการปวดของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนจะมีอาการปวดแบบปวดบิด ๆ หรือปวดเป็นพัก ๆ บริเวณท้องน้อย บางคนอาจมีอาการปวดร้าวไปถึงหลัง และบริเวณต้นขา นอกจากนี้ยังอาจเกิดอาการอื่น ๆ ได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ถ่ายเหลว เป็นต้น     สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน   ปวดท้องประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกเพื่อให้ร่างกายขับเนื้อเยื่อภายในมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน แต่บางครั้งอาจมีการบีบตัวของกล้ามเนื้อที่รุนแรงมากกว่าปกติจนอาจไปกดทับหลอดเลือดบริเวณใกล้เคียงจนทำให้ออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงได้จึงทำให้เกิดอาการปวดเกร็ง และในช่วงที่มีประจำเดือนร่างกายจะมีการผลิตสารที่ชื่อว่า โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ที่เป็นสารที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการบีบตัวมากขึ้นด้วย   นอกจากนี้อาการปวดประจำเดือนยังอาจเกิดขึ้นจากปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์อื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น   เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะนี้จะทำให้ปวดท้องมาก โดยจะมีอาการติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ด้วย ถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นความผิดปกติของระดับฮอร์โมนทำให้เกิดถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ ผู้ป่วยจะมีประจำเดือนที่ผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมานานกว่าปกติ เป็นต้น   เนื้องอกมดลูก เป็นเนื้องอกที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อของมดลูก ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป โดยเนื้องอกที่ว่านี้จะมีขนาดเล็กมากไปจนถึงมีขนาดใหญ่เท่าลูกแตงโม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ หรือทำให้มีลูกยากได้ อาการที่แสดงออกมาในบางรายอาจปวดท้องเมนอย่างรุนแรง หรือประจำเดือนมามาก และมาเป็นเวลานานผิดปกติ   อุ้งเชิงกรานอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ โดยอาการหลักจะเป็นการปวดที่อุ้งเชิงกราน และยังส่งผลให้ผู้ป่วยปวดประจำเดือน ตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาวด้วย   ปากมดลูกตีบ ทำให้ขัดขวางการไหลของเลือดประจำเดือน และเกิดแรงดันภายในมดลูกมาก ก่อให้เกิดอาการปวดประจำเดือน และประจำเดือนมาไม่ปกติ   ปวดประจำเดือนแบบไหนที่ต้องเข้าพบแพทย์   อาการปวดประจำเดือนสำหรับผู้หญิงอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งการปวดประจำเดือนอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่ต้องได้รับการรักษา โดยอาการที่ควรเข้าพบแพทย์มีดังนี้   รับประทานยาแล้วแต่ยังไม่หายปวด อาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน อายุ 25 ปีขึ้นไป และรู้สึกปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก ปวดประจำเดือนพร้อมกับมีไข้ ประจำเดือนมามากกว่าปกติ โดยต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง รู้สึกปวดท้องน้อยแม้ไม่มีประจำเดือน ตกขาวมีกลิ่น รู้สึกคันบริเวณปากช่องคลอด เลือดประจำเดือนมีสีแปลกไปจากปกติ มีปัญหาด้านการมีบุตร   วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือนแบบไม่ต้องกินยา   ออกกำลังกาย ผู้หญิงทุกคนสามารถออกกำลังกายได้ขณะมีประจำเดือน เช่น การเดินเร็ว หรือ เล่นโยคะในท่าง่ายๆ ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดี   ประคบร้อน โดยความร้อนจะมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้อาการปวดประจำเดือนลดลง รวมไปถึงการจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำขิง จะช่วยปรับให้ภายในร่างกายอุ่นขึ้นด้วย   เน้นทานแมกนีเซียม เพราะมีส่วนช่วยในเรื่องลดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง โดยอาหารที่เหมาะสำหรับช่วงมีประจำเดือน เช่น ผักโขม ตำลึง หรือกล้วย เป็นต้น   นวดบริเวณท้องน้อย เป็นวิธีที่ช่วยกล้ามเนื้อบริเวณท้องให้ผ่อนคลายลง สามารถทำได้โดยการนวดวนเป็นวงกลมบริเวณท้องน้อย   การหมั่นสังเกตตนเองในทุกเดือนสำหรับผู้หญิงจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพราะหากพบความผิดปกติจะได้เข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยพร้อมรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
43
ปีแห่งประสบการณ์
751,164
ผู้ใช้บริการรักษา : ต่อปี
1180
ผู้ป่วยใน : เดือน
602
รักษา STROKE