Petcharavejhospital.com
แพคเกจสุขภาพ
มอบของขวัญที่ดีที่สุดให้ตนเองและคนที่คุณรัก ด้วยโปรแกรมสุขภาพที่คุณออกแบบได้

เพิ่มเติม

เพิ่มเติม
บุคลากรแพทย์
นพ.อุเทน บุญอรณะ
คลินิกอายุรกรรม
ดูประวัติแพทย์
พญ.แพร ทรัพย์สำรวย
สูตินรีเวช
ดูประวัติแพทย์
นพ.ณัฐวุฒิ นุชนนทรี
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ดูประวัติแพทย์
นพ.ดนัย โชคชัยสกุล
ศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัด
ดูประวัติแพทย์

เพิ่มเติม
บทความสุขภาพ
ไก่มีผลกับขนาดหน้าอกหรือไม่
หน้าอกหน้าใจเป็นสิ่งที่คู่กับสาว ๆ เป็นจุดเด่นที่แสดงความเป็นผู้หญิงออกมาได้มากที่สุด เรื่องขนาดจึงเป็นเรื่องที่สาว ๆ ให้ความสำคัญไม่น้อย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งนี้เป็นจุดที่หนุ่ม ๆ จะใช้เป็นแลนด์มาร์กในการพักวางสายตา คุณผู้หญิงหลายคนจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้หน้าอกหน้าใจของตัวเองมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งคนสมัยใหม่มักจะมีความเชื่อว่า “การบริโภคไก่จะทำให้หน้าอกโตขึ้น” เพราะในไก่จะมีฮอร์โมนที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโต แต่รู้หรือไม่ว่าความเชื่อนี้เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ แม้ไก่จะอยู่ในกลุ่มเนื้อขาว เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย แถมยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่การที่หน้าอกจะใหญ่ หรือไม่ใหญ่นั้นไม่ได้เกี่ยวกับการบริโภคไก่แต่อย่างใด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารที่ได้จากไก่ไปช่วยในด้านการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่า ส่วนเรื่องขนาดนั้นจะเกี่ยวกับข้องกับกรรมพันธุ์ และฮอร์โมนเพศที่อยู่ในตัวของสาว ๆ เสียมากกว่า     หน้าอกโตไม่เกี่ยวกับไก่   อันที่จริงแล้วการที่สาว ๆ จะมีหน้าอกโตมากแค่ไหนนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการรับประทานไก่แต่อย่างไร แต่เกี่ยวกับพันธุกรรม และวิธีการดำเนินชีวิตในประจำวันมากกว่า เช่น พฤติกรรมที่ไม่ชอบออกกำลังกาย โดยศ. นพ.พัฒน์ มหาโชคเลิศวัฒนา ได้เผยความจริงที่ว่าสาเหตุที่ทำให้สาว ๆ มีหน้าอกใหญ่ขึ้นนั้นมักมาจากอาหารและการบริโภคที่มีความอุดมาสมบูรณ์มากขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่าทานไก่เยอะแล้วจะทำให้หน้าอกโต นอกจากนี้ความเชื่อเรื่องฮอร์โมนในไก่ที่สามารถทำให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้นถือว่าไม่จริงและฟาร์มไก่ในไทยเองยังไม่สามารถใช้สารดังกล่าวได้ด้วย 3 เหตุผลหลัก ๆ ได้แก่   สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศห้ามใช้ยาฮอร์โมนสำหรับสัตว์ปีกตั้งแต่ พ.ศ.2529 ตลาดสำคัญที่ไทยส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งมีมาตรการด้านความปลอดภัยในการใช้สารดังกล่าวอย่างเข้มงวด สายพันธุ์ไก่ในปัจจุบันถูกพัฒนากว่าแต่ก่อนอย่างมากเพื่อให้มีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าสายพันธุ์ในอดีตจึงไม่มีความจำเป็นในการใช้สารฮอร์โมนแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกสายพันธุ์ที่แข็งแรง หรือการใช้นักโภชนาการ เป็นต้น   ความเชื่อที่ว่า กินไก่เพื่ออัปไซส์หน้าอก  นอกจากจะไม่ใช่เป็นความจริงแล้ว ความเชื่อนี้ยังไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เลย เพราะหากรับประทานไก่แล้วทำให้หน้าอกโตขึ้นจริง ๆ คุณผู้หญิงคงไม่ต้องหันไปเพิ่งมีดหมอให้เจ็บตัว แต่คงหันมากินไก่กันไปตั้งนานแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
6 วิธีกักตัวเองในบ้าน 14 วัน
เมื่อไวรัส COVID-19 แพร่กระจายอย่างรวดเร็วจนเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนใกล้ตัวของเราจะติดโรคร้ายนี้หรือไม่ รวมถึงเราเองจะเป็นโรคนี้แล้วหรือยัง แต่การสังเกตตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก หากพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติ หรือมีความสุ่มเสี่ยงแต่ยังไม่แน่ใจว่าเราติดโรคหรือไม่ สิ่งที่เราควรทำมากที่สุด คือ “การกักตนเองอยู่ในบ้าน” เพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง และถือว่าเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่งอีกด้วย   กักตัวคืออะไร   การกักตัว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Quarantine” ซึ่งแปลว่า กักบริเวณ, กักตัว โดยคำ ๆ นี้มีการปรากฏใช้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ที่มีการระบาดของกาฬโรค การกักตัวนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะการฟักตัวของโรค ผู้ที่มีความเสี่ยง COVID-19 จะต้องกัก หรือแยกตนเองออกจากชุมชนเป็นเวลา 14 วัน แม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อยจะต้องกักเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น และยังเป็นการสังเกตอาการตนเองก่อนเข้าพบแพทย์อีกด้วย   ใครที่ควรกักตนเอง   แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ที่มีความเสี่ยงจะต้องกักตนเอง คือ ผู้ที่เคยสัมผัสกับผู้ป่วยมาก่อน หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน เดินทางโดยใช้พาหนะเดียวกัน และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของโรค     กักตนเองอยู่บ้านต้องทำอย่างไร   การกักตัวเองในปัจจุบันถือได้ว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ตัวของเราจะอยู่บ้านเรายังสามารถติดต่อโรคภายนอกได้อยู่ผ่านทาง Social ต่าง ๆ และอาจไม่จำเป็นต้องออกไปหาอาหารทานข้างนอกเนื่องจากในยุคนี้สามารถสั่งอาหารได้แม้อยู่ในบ้าน เมื่อความเป็นอยู่เหมือนจะไม่ใช่ปัญหาของการกักตนเองแล้ว เราจึงต้องมาเรียนรู้ต่อว่าเมื่อเรากักตนเองจะมีข้อปฏิบัติอย่างไรบ้าง   แยกห้องนอนและห้องน้ำ เราควรแยกการใช้ห้องนอนและห้องน้ำเพื่อป้องกันตัวเราเองและคนในครอบครัวและรักษาระยะห่างหากต้องอาศัยอยู่กับผู้อื่นภายในบ้านระยะประมาณ 2 เมตร นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นด้วย ทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องนอน เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนควรใช้น้ำยาในการทำความสะอาดหรือเลือกใช้แอลกอฮอล์ประมาณ 70 % ปิดจมูกเมื่อไอหรือจาม หากใช้มือปิดควรล้างมือทุกครั้งเพื่อความสะอาด แต่หากใช้วัสดุปิด เช่น กระดาษทิชชู เป็นต้น ให้นำไปทิ้งในถุงขยะแล้วปิดปากถุงให้แน่นหนา คอยสังเกตอาการของตนเอง คอยวัดไข้ของตนเองทุกวันหากมีอุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาขึ้นไป ประกอบกับมีอาการไข้และมีปัญหาทางเดินหายใจควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจต่อไป สวมหน้ากากอนามัย ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในบ้านของตัวเราเอง แต่เชื้อโรคอาจติดมากับผู้อื่นที่อาศัยอยู่กับเรา การใส่หน้ากากอนามัยจึงเป็นแนวทางการป้องกันที่ดีทางหนึ่ง รักษาระยะห่าง ระหว่างคนในบ้านประมาณ 2 เมตร   การกักตนเองอยู่ในบ้านเป็นสิ่งที่ควรทำหากเรารู้ตัวว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงและยิ่งด้วยสภาวะที่โรคกำลังระบาดการกักตนเองยังเป็นอีกทางเลือกเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อได้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
511
ผู้ตรวจสุขภาพ : ต่อวัน
64,231
ผู้ใช้บริการรักษา : ต่อวัน
43
ปีแห่งประสบการณ์
4,254
ผู้ป่วยใน : ต่อเดือน