ศูนย์สมอง
ศูนย์สมองและระบบประสาท
 

ศูนย์สมอง และระบบประสาท คือศูนย์ที่ให้บริการแพทย์เฉพาะทางด้านสมอง และระบบประสาททั้งในด้านการวินิจฉัย การรักษาพยาบาล และการดูแลผู้ป่วยด้วยทีมแพทย์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อการวินิจฉัย ตลอดจนการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำ และปลอดภัย

 

การบริการเฉพาะทางของศูนย์สมอง และระบบประสาท

 

  • โรคหลอดเลือดสมอง (ตีบ ตัน แตก)
  • โรคสมองเสื่อม (Dementia)
  • โรคปวดศีรษะ (Headache)
  • โรคลมชัก (Epilepsy)
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson)
  • โรคทางเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง, เส้นประสาทอักเสบ

 

ศัลยกรรมระบบประสาท (โรคหลอดเลือดสมอง)

 

  • การรักษาหลอดเลือดสมองภายใน 4-5 ชั่วโมง แพทย์สามารถให้ยาสลายลิ่มเลือดหรือ rtPA ทางหลอดเลือดดำ ให้ผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดเพื่อป้องกันเซลล์สมองตายเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  • การรักษาด้วยการลากก้อนเลือดอุดตัน เนื่องจากผู้ป่วยมาพบแพทย์ช้ากว่า 4-5 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ โดยผู้ป่วยได้ผ่านการตรวจวินิจฉัยว่าเซลล์สมองยังไม่ตายจากการอุดตันของลิ่มเลือด โดยอาศัยการใส่สายสวนหลอดเลือดมองแทนการให้ยาสลายลิ่มเลือด
  • การผ่าตัดเส้นเลือดโป่งพองในสมอง (Cerebral aneurysm)
  • การผ่าตัดเส้นเลือดขอดในสมอง (Arteriovenous malformation : AVM )

 

การดูแลและรักษาผู้ป่วย (Stroke Fast Track)

 

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลเพชรเวชมุ่งเน้นการรักษาพยาบาลด้วยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยเฉพาะกรณีโรคฉุกเฉิน เช่น โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยมีระบบ Fast Track ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรคอัมพาต และการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

____________________________________
 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

วันเปิดทำการ : บริการทุกวัน

เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00 น.

ตึก/ชั้น : A/16 และ B/1

เบอร์ติดต่อ : 1390 ต่อ 372

____________________________________

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

สอบถามแพคเกจ และโปรโมชั่นศูนย์สมอง และระบบประสาท

โทร. 06 5986 1078

Line Official :   @petcharavej  คลิก  

โรคหลอดเลือดสมอง

​​​​​เป็นภาวะที่เกิดจากการตีบ อุดตัน หรือแตกของเซลล์สมองทำให้ไม่มีเลือด และออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่งผลให้เซลล์สมองถูกทำลายจนเกิดอาการอัมพาต และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

 

อาการของโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน

 

  • Face Dropping : ใบหน้า และปากเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก
  • Arm Weakness : กำมือไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง
  • Speech Difficulty : พูดไม่ออก พูดไม่ชัด หรือพูดลำบากเพราะไม่สามารถบังคับการเคลื่อนไหวของปากได้
  • Time To Call : โทร. แจ้งนำส่งโรงพยาบาล

หากเกิดอาการเหล่านี้ควรรีบพาเข้าพบแพทย์ภายใน 3 ชั่วโมง เพราะหากปล่อยไว้อาจจะทำให้หลอดเลือดในสมองแตก และเสียชีวิตได้

 

วิธีสังเกตโรค stroke

 

โรคนี้จะไม่มีสัญญาณบอก เพราะต้องตรวจสุขภาพ เนื่องจากว่าเราใช้งานสมองอยู่ 30% บางทีเกิด stroke ไปแล้ว แต่บังเอิญว่าไปเกิดในสมองส่วน 70% ที่ไม่ได้ใช้งาน เราจึงไม่สามารถที่จะรู้ได้ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้ เวลาตรวจสุขภาพก็อาจจะตรวจ ct scan เพื่อดูว่าเคยเป็น stroke มาก่อนหรือไม่ เพื่อให้ทราบภาวะเสี่ยงของการเกิดโรค ถ้าเคยเป็นแสดงว่าคุณอยู่บนความเสี่ยง และที่สำคัญโรคนี้ไม่ว่าจะวัยใด ๆ ก็สามารถเป็นได้หมด ถ้าอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงโรค 5 อย่าง หรือ life style การใช้ชีวิต เช่น ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็อยู่บนความเสี่ยงที่จะเป็นได้ สำหรับหมอแล้วแค่คุณประมาทคุณก็เสี่ยงแล้ว

 

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง (Risk factor of stroke)

 

  • อายุมากเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นหลอดเลือดก็จะเกิดการสะสมไขมันมากขึ้นทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอักเสบ
  • โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
  • มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ การดื่มสุราอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น
  • ผู้ที่เคยมีภาวะหลอดเลือดสมองตีบ หรือหลอดเลือดสมองอุดตันมาก่อน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นอัมพาต

 

การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง

 

  1. ซักถามประวัติอาการทางสมองตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นอยู่
  2. ซักถามประวัติเกี่ยวกับโรคประจำตัว การใช้ยา และการผ่าตัด
  3. ตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (CT-Scan) เพื่อถ่ายภาพสมอง

 

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

 

การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหลอดเลือดสมอง เพราะมีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ชนิดสมองขาดเลือด จะรักษาด้วยการให้ยาประกอบกับการป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจตามมา และเฝ้าติดตามจนกว่าอาการจะดีขึ้น สำหรับตัวยาที่ใช้นั้นมีหลายตัว ได้แก่ ยาลดความดันโลหิต ยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดไขมันในเลือด และยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ชนิดเลือดออกในสมอง หากมีอาการเลือดออกในสมอง จำเป็นต้องได้รับยาลดความดันโลหิต และอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำลิ่มเลือดออกจากสมองในผู้ป่วยบางราย

 

นอกจากนี้การรักษาโรคหลอดเลือดสมองยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

 

  • 4.5 ชั่วโมงแรก หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ ภายใน 4-5 ชั่วโมงแรกนับจากมีอาการแพทย์จะการให้ยาสลายลิ่มเลือด (Thrombolytic drug) เพื่อละลายลิ่มเลือดที่อุดตัน ป้องกันเซลล์สมองตาย เพราะเลือดอุดตันไปเลี้ยงสมองไม่พอ แต่วิธีนี้มีข้อเสีย คือ เลือดหยุดช้าลงซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้หากมีจุดเลือดออกในร่างกาย แพทย์ที่มีความชำนาญจึงต้องพิจารณาให้ยาผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป
     
  • หลัง 4.5 ชั่วโมง หลังจากเกิดอาการไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะอยู่ในสภาวะสมองขาดเลือด และตายเกือบทั้งหมด จึงต้องรักษาด้วยการให้ยาต้านเกล็ดเลือด ยาป้องกันเลือดแข็งตัว ยาลดความดันเลือด หรือการลดอุณหภูมิของร่างกาย การให้ออกซิเจนบำรุงเซลล์ในสมอง ส่วนการให้ยาละลายลิ่มเลือดไม่สามารถทำได้เพราะอาจจะทำให้มีโอกาสเลือดออกในสมองเพิ่มขึ้น

 

ดังนั้นผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมเสี่ยง หรือมีอาการน่าสงสัยว่าจะเป็นหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตันควรรีบเข้า พบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการเกิดภาวะเซลล์สมองตาย และอาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาต หรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้

 

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke unit หรือ Stroke ward)

 

ทางโรงพยาบาลเพชรเวชมีหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมี 2 แบบ คือ

  • หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฉับพลัน เป็นหอสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการใน 3 วันแรก โดยจะมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด
  • หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟู สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ หรือมีอาการมามากกว่า 3 วัน

 

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพภายในหอเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เป็นการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต และความพิการของผู้ป่วย โดยผู้ดูแลผู้ป่วยจะประกอบด้วย ประสาทแพทย์ รังสีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จิตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลนักกายภาพบำบัด โดยการดูแลรักษาผู้ป่วยจะมีแนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐาน และมีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการวินิจฉัย และกำหนดแผนการรักษาไว้ล่วงหน้าเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับลูกค้าที่จะมาใช้บริการ

 

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

 

  • งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ                
เทคโนโลยีทางการแพทย์
  • CT SCAN เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยโรคและความผิดปกติของร่างกาย ด้วยการฉายรังสีเอกซเรย์ไปยังบริเวณที่ต้องการตรวจบนร่างกาย เพื่อดูอวัยวะภายในและทำการวินิจฉัยโรค หรือใช้ในการติดตามโรคที่เป็นอยู่ต่อไป เครื่อง CT Scan จะให้รายละเอียดของภาพมากกว่าการเอกซเรย์แบบธรรมดาทั่วไป โดยทางโรงพยาบาลเพชรเวชได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงชนิด 128 สไลด์ หรือ CT 128 Slices เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สามารถสแกนได้เร็วถึง 128 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ โดยใช้เวลาไม่เกิน 0.5 วินาที   
     
  • Cath Lab ห้องปฏิบัติการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ เพื่อตรวจการทำงานของหัวใจ ซึ่งเป็นห้องที่มีประสิทธิภาพในการประมวลภาพของหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดอื่น ๆ ในร่างกาย โดยจะแสดงผลเป็นภาพปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และบันทึกเป็นระบบเทปโทรทัศน์แบบดิจิทัลที่สามารถปรับหมุนได้รอบทิศทางตามความต้องการ เพื่อตรวจดูซ้ำได้อย่างละเอียดมากขึ้น ส่งผลให้แพทย์สามารถเห็นภาพได้ครบทุกมุมและสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำเพิ่มมากขึ้น