รวมแพคเกจ
โปรโมชั่นสุขภาพ
คลายความกังวลใจ เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
“Healthy Moms ขอให้แม่มีสุขภาพที่ดี”
950 บาท 2,480 บาท
(177)
โปรแกรมตรวจสุขภาพที่เหมาะสำหรับวันแม่ที่ครอบคลุมทั้งคุณแม่และลูก โดยมีตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจสุขภาพหัวใจ ตรวจสุขภาพคัดกรองมะเร็งสตรี เพื่อคุณแม่แล้วถือว่าเป็นของขวัญที่คุ้มค่าเพราะสามารถตรวจหาโรคที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของคุณแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อการป้องกันที่ง่าย   ตรวจสุขภาพหัวใจให้หัวใจคุณแม่แข็งแรง   เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงจัดทำโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีควบคู่กับการตรวจสุขภาพหัวใจเพื่อเป็นของขวัญสำหรับคุณแม่ในวันแม่ หากคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงจะทำให้ท่านได้แบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขได้นานยิ่งขึ้น ด้วยการตรวจสุขภาพหัวใจ เช่น   การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography : Echo)   ตรวจมะเร็งเพิ่มความปลอดภัยให้คุณแม่   การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเพศหญิงทั้ง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก หากสามารถรู้ตัวได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ยังมีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้เราถึงจำเป็นต้องพาคุณแม่ไปตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำทุกปีนั่นเอง   #ร่างกายคือเพื่อนสนิท คือครอบครัว วันนี้ดูแลเขาหรือยัง พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
รวมแพคเกจตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย
950 บาท 2,480 บาท
(815)
"โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีราคาประหยัด"  โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีทุกโปรแกรมจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเราให้ความสำคัญ และรณรงค์กับการป้องกันเป็นหลัก   "วิเคราะห์ความเสี่ยงในอนาคต"    การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจหาโรคที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกายก่อนที่จะเกิดขึ้นจนรักษาให้หายได้ยาก พร้อมคำแนะนำ และคำปรึกษาในการดูแลร่างกายตนเองที่อาจนำพาไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้   โรคที่พบบ่อยหากไม่ตรวจสุขภาพประจำปี   โรคมะเร็ง เป็นโรคร้ายที่พบว่าคนไทยมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งในถุงน้ำดี เป็นต้น    โรคเบาหวาน เป็นโรคที่สามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย เพราะหลายคนอาจจะคิดว่าโรคเบาหวานเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น แป้ง และน้ำตาลเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วโรคเบาหวานสามารถถ่ายทอดผ่านกันได้ทางพันธุกรรม หากเราไม่ตรวจสุขภาพก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน   โรคไต หลายคนอาจจะคิดว่าทานเค็มแล้วจะเป็นโรคไต แต่ความจริงแล้วโรคนี้ไม่จำเป็นต้องทานเค็มก็สามารถเป็นได้ แถมสาเหตุของการเกิดโรคยังมีหลายประการ และมากพอที่ทำให้เราสุ่มเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ง่าย ๆ โรคนี้ยังส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย   โรคหัวใจ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคนี้มากถึง 2 คนต่อชั่วโมง จากผู้ป่วยทั้งหมด 432,943 คน ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยติดอันดับ 1 ใน 5 จึงสามารถยืนยันได้ว่าโรคดังกล่าวเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง   พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
รวมโปรแกรมผ่าตัดและส่องกล้อง
0
(286)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก     โทร. 06 5986 1078   รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
รวมแพคเกจคัดกรองเฉพาะโรค
1,090 บาท 2,190 บาท
(711)
พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก   รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
รวมแพคเกจวัคซีน
600 บาท 1,300 บาท
(825)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมสุขภาพสตรี
1,299 บาท 1,900 บาท
(274)
  วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ควรฉีดช่วงอายุเท่าไร? เด็กผู้หญิงควรฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 9-26 ปี จะถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดเพราะสามารถลดโอกาสติดเชื้อได้ในระดับสูง   ทำไมผู้หญิงที่มีอายุไม่ถึง 26 ปี หรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ถึงควรฉีด ? เพราะวัคซีนเอชพีวีจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 26 ปี โดยฉพาะช่วงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน   ทำไมต้องอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ? หาความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับมดลูกและรังไข่ เช่น ซีสต์ในรังไข่, เนื้องอกในมดลูก เป็นต้น วิดีโออธิบายเรื่องอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่โดยแพทย์หญิงแพร   พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดการตรวจคลิกสัญลักษณ์ V
รวมตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียน/ ก่อนเข้าทำงาน/ ก่อนแต่งงาน (คู่รัก)
790 บาท 1,500 บาท
(625)
โปรแกรมตรวจสุขภาพดังกล่าวไม่ต้องงดน้ำและงดอาหาร  กรณีเข้ารับบริการก่อนเวลา 15:00 น. สามารถรับผลตรวจสุขภาพได้ทันที่   พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ใหม่ 2020)
600 บาท 1,300 บาท
(194)
 พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ?   เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี ผู้สูงอายุ  65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หอบหืด โรคตับ ไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้พิการทางสมอง ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยธารัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในไตรมาส 2, 3   เด็กฉีดได้ไหม ?   ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน - 14 ปี โดยพบแพทย์ด้านกุมารเวช และในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มาก่อนให้ฉีด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกและครั้งที่ 2 ห่างกัน 1 เดือน   ฉีดวัคซีนแล้วจะเป็นไข้อีกหรือไม่ ?   ผลข้างเคียง มีอาการปวด คันบริเวณที่ฉีด บวมแดง มักมีอาการไม่เกิน 2 วัน ไข้ ปวดเมื่อยตามตัวพบร้อยละ 4-11 หอบหืด เกิดขึ้นได้น้อย อาการแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน เกิดผื่นลมพิษ ปากบวม   ฉีดแล้วจะไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ใช่หรือไม่ ?   วัคซีน ช่วยป้องกันโรคและลดความรุนแรงของโรค แต่ฉีดแล้วยังสามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ อาจเป็นเพราะการป้องกันโรคขึ้นอยู่กับความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ระบาดตรงกับสายพันธุ์ในวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกประกาศหรือไม่ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความรุนแรงของโรคอย่างมาก หากไม่ฉีดเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันเลยอาจก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าได้
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV (ชนิด 4 สายพันธุ์) / 3 เข็ม
7,500 บาท 10,700 บาท
(163)
HPV คืออะไร ?   เชื้อ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อ ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง หรือการมีเพศสัมพันธ์ เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก และลำคอ เป็นต้น ซึ่งมีอยู่กว่า 150 สายพันธุ์ แต่สำหรับผู้หญิงสายพันธุ์ที่ 16 และ 18 เป็นสาเหตุหลักของโรคสูงถึง 70% วิดีโออธิบายเรื่อง HPV มะเร็งปากมดลูกโดยแพทย์หญิงแพร   วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ?   ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 9-26 ปี จะถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะสามารถลดโอกาสติดเชื้อได้ในระดับสูงถึงเกือบ 100 %    ทำไมผู้หญิงที่มีอายุไม่ถึง 26 ปี หรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ถึงควรฉีด ?   เพราะวัคซีน HPV จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 26 ปี โดยฉพาะช่วงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน   มีคู่นอนคนเดียวก็เสี่ยงติดเชื้อ HPV ได้    แม้ตัวเราจะมีคู่นอนเพียงคนเดียว แต่คู่นอนของเราอาจมีพฤติกรรมชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ก็เป็นสาเหตุในการเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยเช่นกัน   ถ้ามีเชื้อ HPV อยู่แล้วจะฉีดได้ไหม ?   แนะนำให้รักษาให้หายก่อน และค่อยฉีดเพื่อป้องกันเชื้อ   ผู้ชายติดเชื้อ HPV ได้หรือไม่ ?   ผู้ชายสามารถติดเชื้อไวรัส HPV ได้เหมือนกัน เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีมากกว่า 150 สายพันธุ์ มีสายพันธุ์ที่สามารถติดเชื้อได้ในผู้ชาย โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรือเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรง เชื้อไวรัสสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งตามอวัยวะต่าง ๆ ได้ เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งลำคอ และมะเร็งปาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเป็นโรคหูดหงอนไก่ได้ด้วย อธิบายเรื่องวัคซีน HPV ผู้ชายสามารถฉีดได้โดยแพทย์หญิงแพร   เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วฉีดได้ไหม ?   แม้วัคซีน HPV จะมีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีในกรณีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน แต่ถ้าหากเรายังไม่ได้รับเชื้อ HPV แต่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนก็สามารถฉีดวัคซีนได้โดยจะได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน   พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก   รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ
1,800 บาท 2,600 บาท
(142)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ ?    ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ หรือโรคหอบหืดเรื้อรัง   ทำไม 13 สายพันธุ์จึงมีราคาสูงกว่า ?   วัคซีนป้องกันควรฉีดทั้ง 2 ชนิด จะฉีด PCV13 ก่อน เป็นชนิดสายพันธุ์ที่จำเป็นต้องฉีดก่อนราคาจึงสูงกว่า จากนั้นอีก 8 สัปดาห์จะฉีด PPSV23 ซึ่งจะสามารถป้องเชื้อ Pneumococcus ได้ครบ และนานอย่างน้อย 5 ปี
วัคซีนคอตีบ ไอ กรน บาดทะยัก
1,190 บาท 1,780 บาท
(154)
 พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก    โรคบาดทะยัก คืออะไร ?   บาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ส่งผลต่อระบบประสาทร้ายแรง หากไม่ได้รับการรักษา หรือรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะภาวะปอดติดเชื้อรุนแรง   โรคไอกรน คืออะไร ?   ไอกรน (Pertussis) เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจจากแบคทีเรีย อาการช่วงแรกคล้ายไข้หวัด จากนั้นจะพบอาการไออย่างรุนแรงต่อเนื่อง จนผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อย และเพลียมาก อาจพบหลอดเลือดดำที่คอโป่งพองจนมองเห็นได้ชัด สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับไม่ครบตามกำหนด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงชีวิตได้   โรคคอตีบ คืออะไร ?   คอตีบ (Diphtheria) เป็นโรคติดต่อจากเชื้อแบคทีเรีย มักแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อ 2-5 วัน ส่งผลรุนแรงต่อลำคอ และเยื่อบุจมูก ต่อมน้ำเหลืองในคอบวม มีไข้สูง เจ็บคอ กลืนอาหารลำบาก อ่อนเพลีย หายใจหอบ และเหนื่อย ติดต่อกันได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโรคคอตีบ   ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนคอตีบ ไอ กรน บาดทะยัก ?   อายุ 11 ถึง 18 ปี เด็ก และวัยรุ่นที่ไม่ได้รับวัคซีนตอนชั้น ป.1 ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ตอนอายุ 11 หรือ 12 ปี   อายุ 19 ถึง 65 ปีขึ้นไปผู้ใหญ่ควรได้รับวัคซีนกระตุ้นทุก 10 ปี   หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ควรฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ในช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์   ต้องฉีดวัคซีนคอตีบ ไอ กรน บาดทะยักทั้งหมดกี่เข็ม ?   ต้องได้รับวัคซีน 1 ครั้ง และกระตุ้นทุก 10 ปี
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ใหม่2020) AT Home
0
(178)
 พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก      ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทำแบบคัดกรอง (คลิก)   ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ? เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี  ผู้สูงอายุ  65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หอบหืด โรคตับ ไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้พิการทางสมอง/ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก/ ผู้ติดเชื้อ HIV/ ผู้ป่วยธารัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในไตรมาส 2, 3   เด็กฉีดได้ไหม ? ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน - 14 ปี โดยพบแพทย์ด้านกุมารเวช และในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มาก่อนให้ฉีด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกและครั้งที่ 2  ห่างกัน 1 เดือน   ฉีดวัคซีนแล้วเป็นไข้หรือไม่ ? ผลข้างเคียง มีอาการปวด คันบริเวณที่ฉีด บวมแดง มักมีอาการไม่เกิน 2 วัน ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว พบร้อยละ 4-11 หอบหืด เกิดขึ้นได้น้อย อาการแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน เกิดผื่นลมพิษ ปากบวม
โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
650 บาท 1,100 บาท
(179)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ทำไมต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ?   เพื่อความมั่นใจขององค์กร และนโยบายหรือมาตรฐานในการรับพนักงานของบริษัทว่าสุขภาพของเราแข็งแรงที่จะทำงานในตำแหน่งใหม่ได้ และจะไม่ได้รับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงานนั้น ๆ รวมถึงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคติดต่อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นด้วย ต้องตรวจอะไรบ้าง ?   มาตรฐานรายการตรวจสุขภาพของบริษัททั่วไปจะมีรายการตรวจ ดังนี้ ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ ตรวจวัดสายตาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตรวจตาบอดสี ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจหาสารเสพติด ตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และเอกซเรย์ปอด   เตรียมตัวก่อนตรวจอย่างไร ?   นอนพักอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ผลการตรวจผิดปกติได้ โดยเฉพาะค่าความดันโลหิต หากกินยา หรืออาหารเสริมควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อการตรวจเลือด หากมีโรคประจำตัว หรือประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งอื่น ควรนำมาให้แพทย์ประกอบคำวินิจฉัย สตรีที่อยู่ในช่วงก่อน หรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน ควรงดการตรวจปัสสาวะ เพราะค่าการตรวจสุขภาพอาจผิดปกติได้ สตรีที่สงสัยว่าตนเองมีการตั้งครรภ์ หรือมีประจำเดือนขาดช่วง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่องดการตรวจเอกซเรย์
โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียน
790 บาท 1,500 บาท
(162)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    "ประหยัดค่าใช้จ่าย"  โปรแกรมตรวจสุขภาพทุกโปรแกรมจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเราให้ความสำคัญ และรณรงค์กับการป้องกันเป็นหลัก   ทำไมต้องตรวจสุขภาพ   การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้นมีความสำคัญไม่ใช่แค่ต่อตัวเราเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อสถานศึกษาด้วย เพราะการที่มหาวิทยาลัยจะรับบุคคลเข้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนั้นจำเป็นต้องมั่นใจว่าบุคลากร หรือนักศึกษาที่เข้ามาใหม่จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พร้อมที่จะเรียนรู้ และสร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กรนั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้นสถานศึกษาต่าง ๆ จึงต้องมีการให้นักศึกษาตรวจสุขภาพซึ่งเป็นกฎระเบียบพื้นฐานโดยทั่วไปอยู่แล้ว   ใครได้ประโยชน์จากการตรวจสุขภาพ การตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียนจะเป็นการได้รับประโยชน์แบบ Win-Win ทั้งคู่ ไม่มีใครต้องเสียเปรียบ เพราะในมุมมองของบริษัท หรือสถานศึกษาก็จะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นหลักประกันว่าพนักงาน หรือนักศึกษาคนนั้นจะไม่นำโรคร้ายต่าง ๆ ไปแพร่เชื้อ หรือไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อบุคคลอื่นในกรณีที่ตรวจพบสารเสพติด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพรวมของบริษัท และสถานศึกษา
โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ชาย-หญิง
1,900 บาท 3,200 บาท
(168)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ห้อง LAB มาตรฐานสากล (คลิก)  ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จำเป็นแค่ไหน?  การตรวจสุขภาพก่อนแต่งเป็นการเช็กสภาพ ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความพร้อมในการมีบุตรของคู่รักบางคู่ รวมถึงการตรวจหาเชื้อและภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคเอดส์ โรคทาลัสซีเมีย หรือไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น เนื่องจากมีบางโรคที่อาจเป็นอันตรายกับคู่ชีวิต และลูกน้อยในอนาคตได้   ทำไมต้องตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ? เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ค้นหาโรคหรือการเป็นพาหะของโรคต่างๆที่แฝงอยู่ในร่างกายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นการป้องกันโรคที่สามารถติดต่อกันได้จากคู่สมรส และยังป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ลูก และหากตรวจพบโรคจะได้รับการรักษา   ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานดียังไร ? เพื่อสกัดกั้นการส่งผ่านโรคสู่คนที่เรารัก เพราะโอกาสในการส่งผ่านโรคสู่กันและกันนั้นมีมาก ถ้าพบว่าใครสักคนเป็นโรคที่จะสามารถติดเชื้อจากการมีสัมพันธ์ทางเพศ เพื่อตรวจความพร้อมของคุณแม่มือใหม่ ตรวจสภาพความพร้อมของร่างกายว่าอำนวยต่อการมีลูกแค่ไหน
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Standard อายุไม่ถึง 25 ปี ชาย - หญิง
950 บาท 2,000 บาท
(152)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ห้อง LAB มาตรฐานสากล (คลิก)   ตรวจสุขภาพ Standard อายุไม่เกิน 25 ปี เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการเช็คสุขภาพเบื้องต้น ซึ่งอาจจะกังวลเรื่องสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัว หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคต่างๆ รวมถึงต้องการคัดกรองความเสี่ยงโรคอื่นๆอีกด้วย   รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Basic อายุไม่ถึง 30 ปี ชาย - หญิง
2,000 บาท 4,200 บาท
(141)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ทำไมต้องตรวจสุขภาพในช่วงอายุ 30 ปี หรือช่วงวัยทำงาน   ช่วงอายุ 30 ปี เรียกได้ว่าเป็นช่วงวัยทำงานที่ต้องใช้ร่างกายค่อนข้างหนัก ทั้งพักผ่อนน้อย เครียดจากการทำงาน บางคนอาจทำงานจนลืมเรื่องการดูแลสุขภาพ และรู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรงไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก็ได้ แต่โรคภัยไข้เจ็บมักจะมีผลในช่วงอายุต่อไป โรคบางโรคอาจไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงระยะลุกลามแล้ว เช่น มะเร็ง เป็นต้น การตรวจสุขภาพจึงมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างมาก เพราะวัยนี้มีความเครียดสูง และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเจ็บป่วย หรือเกิดปัญหาสุขภาพนั่นเอง   รายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นในช่วงอายุ 30 ปี หรือช่วงวัยทำงาน   ตรวจสุขภาพที่จำเป็นและสำคัญในช่วงวัยทำงาน เช่น ตรวจสุขภาพปากและฟัน ตรวจวัดสายตาด้วยคอมพิวเตอร์ ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจหาระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด ตรวจระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ตรวจการทำงานของตับ เอกซเรย์ปอดและหัวใจ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น   #ร่างกายคือเพื่อนสนิท คือครอบครัว วันนี้ดูแลเขาหรือยัง รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Silver อายุ 30-40 ปี
3,000 บาท 5,070 บาท
(138)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ช่วงวัยทำงาน วัยที่ต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้น   ช่วงอายุ 30-40 ปี เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างใช้ร่างกายหนักเพื่อทำงาน การตรวจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะวัยนี้มีความเสี่ยงของการเจ็บปวด เนื่องจากมีความเครียดสูง ส่งผลให้มีความเสี่ยงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้   รายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นในช่วงอายุ 30-40 ปี มีอะไรบ้าง   ตรวจสุขภาพ Silver อายุ 30-40 ปีได้ ทั้งเพศชาย และเพศหญิง นอกจากจะมีรายการตรวจที่จำเป็น และสำคัญต่อช่วงอายุแล้ว เช่น  ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจหาระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด ตรวจการทำงานของตับ เอกซเรย์ปอดและหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  และตรวจหาภูมิไวรัสตับอักเสบชนิดบี เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับ และตับแข็งอีกด้วย   #ร่างกายคือเพื่อนสนิท คือครอบครัว วันนี้ดูแลเขาหรือยัง รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Gold อายุ 40-50 ปี
4,890 บาท 9,200 บาท
(215)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก       รวมโปรแกรมสุขภาพทุกช่วงอายุ (คลิก)      ตรวจสุขภาพสำคัญกับเรามากกว่าที่คุณคิด ?   โรคหลายโรคอาจไม่แสดงอาการออกมาให้เราสังเกตได้ กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว แต่การตรวจสุขภาพจะสามารถตรวจพบโรคเหล่านี้ได้แม้จะไม่มีอาการแสดงออกมา ยิ่งตรวจเร็วเท่าไหร่ ยิ่งรู้จักร่างกายของตนเองมากขึ้นเร็วเท่านั้น นอกจากนี้การตรวจสุขภาพยังสามารถบอกพฤติกรรมของเราที่เป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน   ตรวจสุขภาพ Gold อายุ 40-50 ปี   เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างละเอียด เช่น ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต ตรวจหากรดยูริคในเลือด ตรวจหาเชื้อและภูมิไวรัสตับอักเสบชนิดแล้ว หากให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จะต้องตรวจหาความเสี่ยงของมะเร็งและหัวใจ เช่น ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจมะเร็งปากมดลูก และตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน   รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพ Platinum อายุ 50 ปีขึ้นไป
5,990 บาท 10,500 บาท
(159)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  ผู้สูงอายุ เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มถดถอย ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะ หรือระบบในร่างกายเริ่มลดลงจึงต้องตรวจสุขภาพเพื่อรับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง นอกจากนี้ยังมีการเข้าเครื่องตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ เพื่อตรวจการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง ช่องท้อง เป็นต้น   เพิ่มความมั่นใจให้กับคนวัย 50 ปีด้วยการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด   ตรวจสุขภาพในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ทุกท่านจะได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เช่น นอกจากจะตรวจการได้ยิน ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจหาระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด ตรวจการทำงานของตับ และไต เป็นต้นแล้ว ในช่วงวัยนี้ยังมีรายการตรวจที่สำคัญคือตรวจหาความเสี่ยงของมะเร็ง และหัวใจด้วย เช่น ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด ตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน   #ร่างกายคือเพื่อนสนิท คือครอบครัว วันนี้ดูแลเขาหรือยัง รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพพร้อมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ 2020
600 บาท 1,300 บาท
(175)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    "โปรแกรมตรวจสุขภาพราคาประหยัด" โปรแกรมตรวจสุขภาพทุกโปรแกรมจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเราให้ความสำคัญ และรณรงค์กับการป้องกันเป็นหลัก   ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี ?   ตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการตรวจหาโรคที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกาย ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เป็นโรคร้ายแรงกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะบางโรคจะแสดงอาการก็ต่อเมื่อป่วยเป็นระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว การตรวจสุขภาพจึงเป็นการตรวจหาความเสี่ยงและความผิดปกติที่อาจจะนำไปสู่โรคร้ายในอนาคตได้ ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ?   เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี  ผู้สูงอายุ  65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หอบหืด โรคตับ ไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้พิการทางสมอง/ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก/ ผู้ติดเชื้อ HIV/ ผู้ป่วยธารัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในไตรมาส 2 และ 3
โปรแกรมตรวจสมรรถภาพหัวใจ
2,500 บาท 4,200 บาท
(188)
ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คือ ?   จะให้ผู้ป่วยวิ่งบนสายพานโดยติดเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วและความชันของสายพานขึ้น ในระหว่างที่ให้ผู้ป่วยออกกำลังกายอยู่นั้นจะมีการวัดความดันเป็นระยะๆ หากผู้ป่วยมีภาวะหัวใจขาดเลือดจะมีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไป   ใครควรตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย EST บ้าง? ผู้สูบบุหรี่จัด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ   การเตรียมตัวก่อนการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST งดน้ำอาหาร งดสูบบุหรี่ 2 ชม.ก่อนการทดสอบ สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย หรือรองเท้าที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย ควรงดยากลุ่มที่ทำให้หัวใจเต้นช้า เพราะส่งผลต่อการตรวจ EST   ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ECHO คือ ?   ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง  เรียกสั้นๆ ว่าการทำ "เอคโค่" เป็นการส่งคลื่นเสียงที่ปลอดภัยเข้าไปยังบริเวณทรวงอก จากนั้นจึงรับเสียงที่สะท้อนออกมา นำข้อมูลที่สะท้อนกลับนั้นไปแปลเป็นภาพให้เห็นบนจอ ซึ่งจะแสดงถึง รูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจ การตรวจนี้ปลอดภัย และไม่เจ็บ   การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Echo เหมาะกับใคร ?   ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก มีอาการแน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก ผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น ผู้ที่มีอาการ หอบ เหนื่อย บวม ซึ่งสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคหัวใจ   การเตรียมความพร้อมในการตรวจ   เครื่อง ECHO มีความปลอดภัยสูงจึงไม่ต้องงดน้ำและอาหาร เพียงงดอาหารแต่ในกรณีที่มียารับประทานเท่านั้น โดยก่อนตรวจเจ้าหน้าที่จะให้เปลี่ยนเสื้อ หากเป็นผู้หญิงต้องถอดเสื้อชั้นในออกก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะทำการติดอุปกรณ์ เพื่อเฝ้าสังเกตคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที หากผู้ป่วยเป็นเบาหวานและใช้อินซูลินอยู่ ให้ใช้อินซูลินครึ่งหนึ่งของปกติและให้งดอาหารเช้า เว้นแต่แพทย์จะสั่งไม่ให้งด หากผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานยารักษาอยู่ให้งดยาในตอนเช้า ตรวจด้วยคลื่นบันทึกไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา 24 ชั่วโมง คือ ?   ผู้ป่วยต้องพกเครื่องติดตัวไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหาสาเหตุของอาการใจสั่นหรือหน้ามืดเป็นลม โดยสามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงานได้ตามปกติ และเมื่อครบกำหนด 24 ชั่วโมงแล้ว จึงค่อยกลับมาถอดเครื่องและรับทราบผลการตรวจวิเคราะห์จากแพทย์ ใครบ้างที่ควรตรวจ ? ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าอาจมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ตรวจโดยการทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบความปกติ จึงต้องมีการติดตามอาการเพื่อประเมินภาวะได้ วิธีการตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 1 - 2 วันต่ออาการ 1 ครั้ง   พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจสุขภาพข้อเข่าเสื่อม
999 บาท 2,600 บาท
(136)
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม   อาการในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกปวดเข่าเมื่อเคลื่อนไหว เช่น การเดินขึ้น-ลงบันได การนั่ง เป็นต้น และมักจะได้ยินเสียงลั่นในข้อ   อาการรุนแรง หากผู้ป่วยเริ่มรับรู้ได้ถึงอาการบวมร้อนของข้อ รู้สึกเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้ข้อเข่าผิดรูป เหยียด หรืองอเข่าไม่ได้ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด   ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค   สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมนี้สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประการ ดังนี้ อายุ ผู้ป่วยที่พบว่าเป็นโรคนี้มากที่สุดมักจะเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะปัญหาข้อเข่าเสื่อมนี้มักจะสะสมมาเป็นเวลานาน   พฤติกรรม การออกแรง หรือการใช้งานเข่ามากเกินไป เช่น การนั่งพับเพียบ การนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน ๆ การยกของหนัก และนักกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน   อุบัติเหตุ ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด ข้อเข่าหลุด กระดูกบริเวณเข่าหัก   โรคประจำตัว ผู้ที่ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ และโรคเกาท์มักจะพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมด้วย   การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม   การรักษาแบบเบื้องต้น ได้แก่ ออกกำลังกายที่ไม่ใช้ข้อเข่ามากจนเกินไป เช่น ว่ายน้ำ เดิน เป็นต้น รับประทานอาหารที่เหมาะสม รักษาน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงสเตียรอยด์ การรักษาด้วยยา ได้แก่ ยาที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการปวดเข่า เช่น สเตียรอยด์ ยาอะเซตามิโนเฟน เป็นต้น แต่หากใช้นานเกินไปอาจมีผลข้างเคียงตามมา หรือทานอาหารเสริม แต่กรณีเลือกทานอาหารเสริมควรตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน นอกจากนี้ยังใช้วิธีการฉีดยาได้ด้วย เช่น กรดไฮยาลูโรนิก ที่มีคุณสมบัติช่วยให้สามารถขยับเข่าได้มากขึ้น การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดข้อเข่าซึ่งมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ ตัดให้ข้อเข่าชิดกัน, เปลี่ยนข้อเข่า และเปลี่ยนแนวกระดูก นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วย โดยการเลือกรูปแบบการผ่าตัดนั้นต้องมาจากการปรึกษากับแพทย์เพื่อเลือกรูปแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การฝังเข็มซึ่งระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามวิธีการฝังเข็มก็ยังไม่สามารถรักษาข้อเข่าให้หายขาดได้จึงจำเป็นต้องรักษาควบคู่ไปกับวิธีอื่นด้วย   พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก  รายละเอียดรายการตรวจ คลิกสัญลักษณ์ v
โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบ และคัดกรองโรคตับ
990 บาท 1,990 บาท
(215)
พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก    ไวรัสตับอักเสบบีอันตรายอย่างไร ? โรคนี้ไม่ใช่แค่โรคธรรมดา แต่เป็นโรคติดต่อหากเป็นแค่คนเดียว แล้วไม่รู้ตัว โรคจะสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นรอบตัวได้
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคไทรอยด์
990 บาท 1,900 บาท
(175)
พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก    ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจไทรอยด์ ? มีความผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผมร่วง นอนไม่หลับ รู้สึกง่วงตลอดเวลา อ้วนขึ้นหรือผอมลงอย่างผิดปกติ หิวบ่อย หรือไม่หิว กินไม่ค่อยลง ขับถ่ายไม่เป็นปกติ รู้สึกหนาวตลอดเวลา หรือขี้ร้อนมากขึ้น ผิวแห้ง ใจสั่น ต่อมไทรอยด์มีความสำคัญต่อร่างกายของเราอย่างมาก หากสังเกตถึงสัญญาณผิดปกติแล้วอย่ารอช้า ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจไทรอยด์ฮอร์โมน และค้นหาความเสี่ยงโรคต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์สามารถเกิดโรคอะไรได้บ้าง ? ไทรอยด์เป็นพิษ/มะเร็งต่อมไทรอยด์ อาการที่เสี่ยงเป็นโรคทางต่อมไทรอยด์ ? อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผมร่วง นอนไม่หลับ รู้สึกง่วงตลอดเวลา อ้วนขึ้น หรือผอมลงอย่างผิดปกติ หิวบ่อยหรือไม่หิวกินไม่ค่อยลง ขับถ่ายไม่เป็นปกติ รู้สึกหนาวตลอดเวลาหรือขี้ร้อนมากขึ้น ผิวแห้ง ใจสั่น
โปรแกรมตรวจสุขภาพปอด
600 บาท 800 บาท
(154)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ใครบ้างที่ควรรับการเข้าตรวจปอด ?   ผู้ที่อาศัยในบริเวณที่มีมลภาวะเป็นพิษ เช่น ใกล้โรงงานที่ปล่อยควันพิษ ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ ผู้ที่ทำงานสุ่มเสี่ยง เช่น ทำงานในโรงงานมีฝุ่น ทำเหมือง โม่หิน มีไอระเหยของสารเคมี ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง และอาจมีการทำลายเนื้อปอด และหลอดลม เช่น โรคหอบหืด ฯลฯ ทำไมจึงควร CT SCAN ปอด ?   เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปอด การ CT SCAN ช่วยให้ตรวจหาก้อนมะเร็งได้ถูกต้องชัดเจนแม้ก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็ก ซึ่งแตกต่างจากวิธีการเอกซเรย์ปอดธรรมดาที่มีความไว และความละเอียดน้อยกว่า บางครั้งจุดเล็ก ๆ ในปอดอาจถูกมองข้ามไปเพราะถูกบังโดยอวัยวะอื่น กว่าจะมองเห็นได้ชัดเจน มะเร็งอาจจะโตเกินระยะแรกไปแล้ว   การตรวจ CT SCAN อันตรายหรือไม่ ?   ไม่อันตราย แต่มีข้อจำกัดในการตรวจ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรใช้วิธีนี้หากไม่จำเป็น เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ ไม่ควรทำการสแกนบ่อยเกินไปเนื่องจากอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ หากผู้ใช้เป็นเด็กควรให้คำแนะนำ และการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อน ต้องบอกข้อมูลโรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยา ห้ามมีวัตถุแปลกปลอมที่รบกวนการแปลผล เช่น เครื่องประดับ หากมีอาการผิดปกติหลังการสแกนควรเข้าพบแพทย์ทันที เช่น หายใจลำบาก คลื่นไส้ มีผื่นคัน ปากบวม เป็นต้น
โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไต
790 บาท 1,590 บาท
(192)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจไต ?   ผู้ที่ไตมีปัญหาทำงานผิดปกติ และผู้ที่ชอบทานอาหารปิ้งย่าง และรสจัด อาการอะไรบ้างที่บอกว่าเป็นโรคไต ? มีอาการบวมทั้งตัว เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย  ปวดหลัง ปวดบั้นเอว ปัสสาวะผิดปกติ ความดันโลหิตสูงมาก ๆ
โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคทางสมอง
0
(153)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  อาการทางสมองที่สำคัญมีอะไรบ้าง ? มีอาการปวดศรีษะบ่อย ๆ เวียนหัว มึนหัว หลง ๆ ลืม ๆ หลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ตรวจสมองสำคัญอย่างไร ? เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม โรคปวดศีรษะเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง
โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง
0
(185)
พูดคุยกับเรา :   LINE คลิก    รวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว (ยกเว้นค่าบริการฉีดสี)  
ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง
0
(174)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก   อาการนิ่วในถุงน้ำดี   โดยปกติแล้วมักจะไม่แสดงอาการที่รุนแรงออกมาอย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถพบก้อนนิ่วได้จากการตรวจสุขภาพ และหากมีอาการสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้ มีอาการปวดตามลำตัว เช่น ช่องท้อง ไหล่ หลัง เป็นต้น มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีผลกับระบบย่อยอาหารอย่างเห็นได้ชัด เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องหลังทานอาหาร เป็นต้น อาการปวดต่าง ๆ ตามที่กล่าวมานั้นจะปวดเพียงชั่วคราวจนถึงหลักชั่วโมงอย่างไรก็ตามหากมีอาการอื่นแทรกซ้อนควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที เช่น ผิวเหลือง มีอาการหนาวสั่น ปวดท้องอย่างรุนแรง เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี   ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารไขมันสูง   ผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า และเมื่ออายุ 40-60 ปี มีโอกาสเป็นเพิ่มขึ้นอีก   ผู้หญิงที่รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน   การลดน้ำหนักที่รวดเร็วมากจนเกินไป สาเหตุเพราะว่าการกระทำเช่นนี้จะส่งผลให้ร่างกายมีการหลั่งคลอเรสเตอรอลออกมามาก   ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคธาลัสซิเมีย เป็นต้น   การรักษานิ่วในถุงน้ำดีแบบผ่าตัดส่องกล้อง   เจาะรูเล็ก ๆ บริเวณหน้าท้อง 4 แห่ง   ขนาดของรูประมาณ 0.5 เซนติเมตร 3 ตำแหน่ง  และขนาด 1 เซนติเมตรที่สะดือ 1 ตำแหน่ง   อาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่า   พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน   พักฟื้นหลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์   แผลเล็ก ดูแลง่าย และมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า   การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี   งดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง   งดการดื่มแอลกอฮอล์   งดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด   พักผ่อนให้เพียงพอ   หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำควรนำตัวยามาที่โรงพยาบาลด้วย เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าจะต้องงดยานั้นหรือไม่   ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี   ระมัดระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ   พยายามหลีกเลี่ยงการยกของหนัก เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดฉีก หรือปริได้   หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องอืด ย่อยยาก   ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน และควบคุมน้ำหนัดให้อยู่ในเกณฑ์
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
0
(151)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก     อาการไส้เลื่อน ผู้ป่วยมักมีอาการรู้สึกได้ถึงก้อนที่ตุงอยู่ และมีอาการปวดเวลาต้องก้มตัว ยกของ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแน่นท้องร่วมด้วยในกรณีที่รุนแรงจะมีอาการปวดเฉียบพลัน ท้องผูก อาเจียน ก้อนตุงมีลักษณะแข็งซึ่งเกิดจากเลือดไม่ไหลเวียน ในกรณีนี้ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษา เพราะอาจเกิดภาวะลำไส้ตายได้ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นไส้เลื่อน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง มีปัญหาด้านการขับถ่าย ท้องผูกบ่อย ต้องเบ่งอุจจาระ หญิงตั้งครรภ์ ยิ่งอายุมาก กล้ามเนื้อหน้าท้องจะยิ่งไม่แข็งแรง ยกของหนักทำให้แรงดันในช่องท้องสูง   ไส้เลื่อนเกิดตรงบริเวณไหนได้บ้าง ไส้เลื่อนในช่องเชิงกราน เกิดจากลำไส้มีการเคลื่อนตัวเข้ารูในกระดูกเชิงกราน พบมากในเพศหญิง ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ เกิดจากลำไส้เคลื่อนตัวมารวมอยู่ที่ท้อง จนเกิดเป็นก้อนตุงที่สามารถสังเกตได้ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ เกิดจากผนังช่องท้องที่มีความผิดปกติ ส่งผลให้ไส้เลื่อนออกมาอยู่บริเวณโคนขาหนีบ ไส้เลื่อนต่ำกว่าขาหนีบ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ไม่มาก มักมีอาการปวดบริเวณขาหนีบ และต้นขาร่วมด้วย ไส้เลื่อนบริเวณหน้าท้องเหนือสะดือ เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณเหนือสะดือไม่แข็งแรง มักพบมากในเพศชาย ไส้เลื่อนข้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง เกิดจากกล้ามเนื้อข้างกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรงจนเลื่อนมาอยู่ด้านข้างท้อง มักพบในวัยกลางคน ไส้เลื่อนที่เกิดจากการผ่าตัด ในกรณีนี้เกิดจากการที่ผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องเกิดความอ่อนแอจนเคลื่อนตัวได้   การรักษาไส้เลื่อนทำอย่างไร สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัดโดยผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการและวางแผนผ่าตัดตามอาการของโรคร้ายนี้ การผ่าตัดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การผ่าตัดแบบเปิด ถือเป็นการผ่าตัดตามแบบมาตรฐาน ส่วนอีกแบบคือการผ่าตัดผ่านกล้องซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะมีแผลการผ่าตัดที่เล็กกว่าแบบแรก และใช้เวลาในการฟื้นตัวไม่นาน แต่การรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร (Hemorrhoidectomy)
0
(166)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  อาการของริดสีดวงทวาร มีเลือดออกขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ มีติ่งหรือก้อนที่ทวารหนักอาจมีอาการคัน ปวด เจ็บ บริเวณที่เป็นริดสีดวง นอกจากนี้ยังอาจมีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะร่วมด้วย   ถ่ายเป็นเลือดบอกอะไรบ้าง ? อาการเริ่มต้นของริดสีดวง คือ การมีอาการถ่ายเป็นเลือด อาจนำไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ส่วนปลายที่อยู่ใกล้กับทวารหนัก ซึ่งจุดสังเกตง่ายๆ คือ หากเป็นมะเร็งลำไส้จะไม่มีติ่งเนื้อยื่นออกมา มีอาการปวดบริเวณก้นและความแตกต่างอีกอย่างคือ เวลาขับถ่ายคนที่เป็นริดสีดวงทวารจะขับถ่ายเป็นปกติแล้วค่อยมีหยดเลือดออกมาแต่หากเป็นมะเร็งลำไส้จะถ่ายเป็นเลือดปนมากับอุจจาระ อาการของโรคริดสีดวง แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 : มีเส้นเลือดดำโป่งพองในทวารหนักมีเลือดไหลออกมาเวลาถ่ายอุจจาระ เมื่อท้องผูกเลือดจะออกมากขึ้น ระยะที่ 2 : หัวริดสีดวงทวารโตมากขึ้นเริ่มโผล่ออกมาพ้นทวารหนักเวลาเบ่งอุจจาระจะยิ่งออกมา และหดกลับได้เองหลังการขับถ่าย ระยะที่ 3 : หัวริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมามากกว่าเดิม เวลาไอจามหรือยกของหนักๆ ที่ต้องเกร็งท้องจะเกิดการเบ่งให้หัวริดสีดวงทวารออกมาข้างนอก และไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับเข้าไป ระยะที่ 4 : หัวริดสีดวงโตมากขึ้นสามารถมองเห็นจากภายนอกได้ชัดเจนมีอาการบวม อักเสบ และอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมากโดยมีเลือดออกมาอาจเป็นน้ำเหลืองเมือกลื่น และมีอุจจาระออกมาได้ทำให้เกิดความสกปรกและเปียกชื้นตลอดเวลาอาจมีอาการคันที่ขอบปากทวารร่วมด้วยบางครั้งอาจเน่าและอักเสบมากขึ้นนำมาซึ่งการติดเชื้อได้ง่าย และถ้ามีเลือดออกอยู่เรื่อยๆ จะทำให้ซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง และเกิดอาการหน้ามืดได้ การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดริดสีดวง ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เต็มที่งดอาหารเป็นเวลา 6-12 ชั่วโมง และทำความสะอาดบริเวณรอบรูทวารรวมถึงอาจสวนล้างลำไส้เพื่อความสะอาดก่อนวันผ่าตัด   การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวง   หลังผ่าตัดผู้ป่วยไม่ควรขับรถกลับบ้านเองหากมีอาการปวดหลังการผ่าตัดควรรับประทานยาแก้ปวดควรแช่ก้นในน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาทีเพื่อทำให้บริเวณแผลสะอาด และควรนั่งบนเบาะรองที่มีรูเพื่อไม่ให้เกิดการกดทับบริเวณแผลผ่าตัดมากจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการริดสีดวงอักเสบเกิดซ้ำอีก
ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร (Fistulotomy)
0
(166)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    ใครบ้างที่เสี่ยง ผู้ที่ขับถ่ายบ่อยวันละ 3-4 ครั้ง มักมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคฝีคัณฑสูตรมากขึ้นผู้สูงอายุมีความเสี่ยงมากกว่าคนอายุน้อย เนื่องจากต่อมผลิตเมือกของผู้สูงอายุจะฝ่อไปตามวัยอีกทั้งกล้ามเนื้อหูรูดก็ไม่ตึงเหมือนคนวัยหนุ่มสาวโอกาสเกิดการบาดเจ็บจึงน้อยลงโรคนี้พบได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิงแต่ผู้ชายมักมีอาการของโรคที่ซับซ้อนกว่า เพราะกล้ามเนื้อหูรูดมีความแข็งแรงมากกว่า   อาการของฝีคัณฑสูตรเป็นอย่างไร ?   ขอบทวารหนักบวม และมีอาการเจ็บรอบ ๆ หรือภายในรูทวารหนักตลอดเวลา ปวดในทวารหนัก ปวดมากตอนเบ่งถ่าย   มีเลือด หรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากทวารหนัก หรือเมื่อถ่ายอุจจาระแล้วมีหนองปนออกมาในระยะเรื้อรัง ฝีคัณฑสูตรกับริดสีดวง แตกต่างกันอย่างไร ? โรคทั้งสองนี้แม้จะมีอาการคล้ายคลึงกันคือ มีอาการเจ็บบริเวณทวารหนักอาจถ่ายเป็นเลือด แต่โรคฝีคัณฑสูตรจะไม่สามารถหายเองได้เหมือนโรคริดสีดวงต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น การรักษาฝีคัณฑสูตร การรักษาโรคนี้แพทย์มีเป้าหมายเพื่อระบายหนองออก และหยุดอาการอักเสบซ้ำซ้อนในความเสียหายของหูรูดด้วย เนื่องจากมีความสำคัญอย่างมากในการกลั้นอุจจาระนั่นเอง โดยวิธีการรักษามีอยู่หลายแบบ โดยต้องปรึกษา และรับคำแนะนำจากแพทย์ตามความเหมาะสมโดยการผ่าตัดแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ได้แก่   การรักษาฝีหนองระยะก่อนเป็นฝีคัณฑสูตร ใช้รักษาในระยะเฉียบพลันวัตถุประสงค์เพื่อระบายหนองลดการติดเชื้อ และอาการปวด   การผ่าตัดรักษาฝีคัณฑสูตรเรื้อรัง วัตถุประสงค์เพื่อลดอาการอักเสบซ้ำซ้อนใช้รักษาฝีคัณฑสูตรที่มีการติดต่อระหว่างเยื่อบุทวารหนักกับผิวหนัง วิธีการผ่าตัดและขั้นตอนขึ้นอยู่กับชนิดของฝีปกติจะไม่เย็บปิดแผลผ่าตัดภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังผ่าตัด เช่น มีเลือดออก น้ำเหลืองซึม การกลั้นอุจจาระ และการผายลมไม่สมบูรณ์ (ขึ้นกับชนิด และความลึกของฝี) และมีโอกาสเป็นได้อีกครั้ง
ผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy)
0
(142)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    การผ่าตัดต่อมทอนซิล เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้รักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบให้หายขาด โดยแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดในกรณีต่อไปนี้ ผู้ป่วยมีภาวะเป็นต่อมทอนซิลหลายครั้ง หรือเป็นเรื้อรังจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น นอนกรน มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น   ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งต่อมทอนซิล หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง   ผู้ป่วยเคยเป็นฝีที่ต่อมทอนซิลมาก่อน
โปรแกรมส่องกล้องโรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้
0
(140)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก    การส่องกล้องทางเดินอาหารคืออะไร คือการใช้เทคโนโลยีด้วยกล้องขนาดเล็กเพื่อตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และทำการรักษาอาการผิดปกติดังกล่าว โดยโรคที่อันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร คือ โรคมะเร็งในทางเดินอาหารที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ดังนั้นการส่องกล้องทางเดินอาหารจะทำให้พบเจอ และสามารถรักษาได้ทัน โดยทางโรงพยาบาลเพชรเวชมีการบริการส่องกล้องทางเดินอาหารพร้อมแพ็กเกจ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ทั้งนี้การส่องกล้องทางเดินอาหารยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนบน จะใช้เพื่อตรวจหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ถึงลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อหาสาเหตุอาการโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน การกลืนลำบาก ปวดท้องเรื้อรัง ตรวจหาแผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในช่องท้อง หรือหาเนื้องอก   ส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง เป็นการตรวจเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติของผนังลำไส้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อที่ผิดปกติออกได้หรือเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมาตรวจวินิจฉัยเนื้อร้ายผู้ที่ควรส่องกล้องลำไส้ใหญ่มักจะมีอาการเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ หรือติ่งเนื้อในลำไส้ หรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาการ เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระลีบเล็ก ปวดท้อง ท้องอืดแน่น โดยขั้นตอนการส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งสองประเภทนั้นจะแตกต่างกัน ดังนี้ ขั้นตอนการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน แพทย์จะใช้กล้อง Endoscope ที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ยืดหยุ่นโค้งงอได้ มีเลนส์กล้อง และแสงไฟที่ปลายท่อ สอดเข้าไปทางปากผ่านทางหลอดอาหาร และลงไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เห็นความผิดปกติที่เกิดในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กเป็นต้นไป   ขั้นตอนการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง แพทย์อาจให้ยาที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย และง่วง แล้วจึงใช้กล้อง Colonoscope กล้องเป็นท่อขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 150 เซนติเมตร ยืดหยุ่น โค้งงอได้ สอดกล้องเข้าทางทวารหนักเข้าไปถึงส่วนของลำไส้ใหญ่ตอนต้นเพื่อให้เห็นภาพผนังภายในลำไส้ใหญ่ และมองหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อหรือติ่งเนื้อที่ผิดปกติ   เตรียมตัวส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนอย่างไร รับประทานยาระบายก่อนเข้ารับการส่องกล้องเพื่อให้แพทย์เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด   ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ใช้เวลาไม่นานเพียง 15-30 นาที   ก่อนวันนัดตรวจ 1 วัน ควรทานแต่อาหารเหลวที่ไม่มีกากใย เช่น ซุป อาหารอ่อน หรือโจ๊ก หรือน้ำผลไม้ชนิดใส   หลังการส่องกล้องจะต้องนอนพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ เตรียมตัวส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่างอย่างไร งดอาหาร และน้ำก่อนเข้ารับการส่องกล้องเพียง 8 ชั่วโมง   ตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นใช้เวลาไม่นาน เพียง 15-30 นาที ​​​​​​​ หลังการส่องกล้องจะต้องนอนพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement)
0
(154)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก   อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม   อาการในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกปวดเข่าเมื่อเคลื่อนไหว เช่น การเดินขึ้น-ลงบันได การนั่ง เป็นต้น และมักจะได้ยินเสียงลั่นในข้อ อาการรุนแรง หากผู้ป่วยเริ่มรับรู้ได้ถึงอาการบวมร้อนของข้อเข่า รู้สึกเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้ข้อเข่าผิดรูป เหยียด หรืองอเข่าไม่ได้ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด   การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม   การรักษาแบบเบื้องต้น ได้แก่ ออกกำลังกายที่ไม่ใช้ข้อเข่ามากจนเกินไป เช่น ว่ายน้ำ เดิน เป็นต้น รับประทานอาหารที่เหมาะสม รักษาน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงสเตียรอยด์ การรักษาด้วยยา ได้แก่ ยาที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการปวดเข่า เช่น สเตียรอยด์ ยาอะเซตามิโนเฟน เป็นต้น แต่หากใช้นานเกินไปอาจมีผลข้างเคียงตามมา หรือทานอาหารเสริม แต่กรณีเลือกทานอาหารเสริมควรตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน นอกจากนี้ยังใช้วิธีการฉีดยาได้ด้วย เช่น กรดไฮยาลูโรนิกที่มีคุณสมบัติช่วยให้สามารถขยับเข่าได้มากขึ้น การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดข้อเข่าซึ่งมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ ตัดให้ข้อเข่าชิดกัน, เปลี่ยนข้อเข่า และเปลี่ยนแนวกระดูก นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วย โดยการเลือกรูปแบบการผ่าตัดนั้นต้องมาจากการปรึกษากับแพทย์เพื่อเลือกรูปแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การฝังเข็มซึ่งระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามวิธีการฝังเข็มก็ยังไม่สามารถรักษาข้อเข่าให้หายขาดได้จึงจำเป็นต้องรักษาควบคู่ไปกับวิธีอื่นด้วย
โปรแกรมแก้ปัญหามือและข้อมือด้วยการผ่าตัด
0
(167)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก  โรคนิ้วล็อคคืออะไร โรคนิ้วล็อค หรือ Trigger Finger เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบของปลอกเอ็นนิ้วมือทำให้มีการหนาขึ้นส่งผลให้ไม่สามารถยืด หรือหดนิ้วได้ตามปกติ โดยนิ้วที่พบว่ามักเกิดอาการดังกล่าวคือ นิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วนาง หรืออาจจะเกิดขึ้นได้ทุกนิ้ว และอาจเกิดขึ้นได้ทั้งนิ้วมือทั้งสองข้างอีกด้วย โรคเอ็นข้อมืออักเสบคืออะไร เอ็นอักเสบที่ข้อมือ (De quervain’s Tenosynovitis) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นและเส้นเอ็นบริเวณข้อมือทางฝั่งนิ้วโป้งทำให้เกิดการกดทับของเส้นเอ็นภายใน โดยส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า เอ็นข้อมืออักเสบอาการเป็นอย่างไร ผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดเจ็บตรงบริเวณเอ็นโคนนิ้วหัวแม่มือ อาจมีอาการปวดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือค่อยเป็นค่อยไป บางรายอาจมีอาการชาที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ร่วมด้วย โดยจะมีอาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาหยิบ จับสิ่งของ หรือการออกแรงที่มือโดยตรง บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการบวมที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือจนปวดเวลาขยับข้อมือ หรือหยิบกำสิ่งของ พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือคืออะไร เป็นโรคที่เกิดจากพังผืดบริเวณข้อมือมีขนาดใหญ่และหนามากขึ้น จนส่งผลให้เกิดความดันบริเวณข้อมือสูงมากขึ้น โดยมักเกิดจากผู้ที่ใช้ข้อมือซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายวันและใช้งานมากเกินไป เช่น การงอข้อมือ การแอ่นข้อมือ เป็นต้น โดยอาชีพที่เกิดความเสี่ยง คือ ชาวไร่ชาวสวน ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ หรือกีฬาที่ใช้ข้อมือมาก เป็นต้น อาการของโรคที่เกิดขึ้นกับมือ   อาการของโรคนิ้วล็อค ความรุนแรงของโรคแบ่งออกได้เป็น 4 ระดับ คือ เริ่มแรกมักจะมีอาการเจ็บที่ฝ่ามือ หรือโคนนิ้วมือ อาการต่อมาจะรู้สึกสะดุดเวลากำมือ หรือเหยียดนิ้วมือออก อาการที่เริ่มเข้าขั้นรุนแรงจะเป็นอาการกำมือมือแล้วเกิดมือล็อค ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้ตามปกติจนต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยเหยียดนิ้วออก ส่วนอาการที่เป็นอันตรายคือ ไม่สามารถกำมือได้ และอาจมีอาการนิ้วผิดรูปอีกด้วย โดยอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในตอนเช้า หรือตอนตื่นนอน อาการของพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ มักมีอาการเริ่มต้นคือชานิ้วมือ โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน โดยอาการชาจะค่อย ๆ เป็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนมากมักจะมีอาการชาในตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน และจะชาเกือบตลอดเวลาในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มือไม่ค่อยมีแรง หยิบจับของแล้วหลุดออกจากมือ และอาจไม่สามารถกำมือได้ เป็นต้น หากปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือด้านนอกลีบได้อย่างถาวร อาการของเอ็นข้อมืออักเสบ ผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดเจ็บตรงบริเวณเอ็นโคนนิ้วหัวแม่มือ อาจมีอาการปวดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือค่อยเป็นค่อยไป บางรายอาจมีอาการชาที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ร่วมด้วย โดยจะมีอาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาหยิบ จับสิ่งของ หรือการออกแรงที่มือโดยตรง บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการบวมที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือจนปวดเวลาขยับข้อมือ หรือหยิบกำสิ่งของ โรคเอ็นข้อมืออักเสบผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย งานบ้านงานเรือนเป็นหน้าที่สำคัญของผู้หญิงอย่างเราเสมอ และการออกแรงทำงานบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน บิดผ้า ซักผ้า หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงลูกก็ย่อมต้องใช้มืออันบอบบางของผู้หญิงหยิบจับทั้งนั้นกิจวัตรดังกล่าวย่อมส่งผลให้ข้อมือของผู้หญิงเกิดการอักเสบเพราะมีการเคลื่อนไหวมากเกินไปนั่นเอง นอกจากสาเหตุดังกล่าวแล้วโรคนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ต้องทำงานโดยใช้มือซ้ำๆ เช่น พิมพ์งาน ช่างไม้ เป็นต้น และอาจมีสาเหตุมาจากผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์อีกด้วย
โปรแกรมคลอด และฝากครรภ์
0
(158)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก   คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอดคุณเลือกได้หรือไม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์คลอดนั้น อาจมีคำถามในใจว่าเราควรคลอดแบบธรรมชาติหรือผ่าคลอดดี ? แต่ในความเป็นจริงแล้วการตัดสินใจต้องผ่านการวินิจฉัยจากหมอก่อนเนื่องจากการคลอดเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณแม่และลูกน้อย จึงไม่ควรตัดสินใจโดยปราศจากคำแนะนำหรือความคิดเห็นจากแพทย์   สัญญาณของการคลอด ในระยะแรกคุณแม่จะรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว บางคนอาจจะรู้สึกเหมือนว่ามดลูกบีบตัวเล็กน้อยจนปวดท้องหน่วง ๆ แต่นั่นเป็นเพียง “สัญญาณเริ่มต้น” เท่านั้น แต่ถ้าหากคุณแม่รู้สึกปวดท้องนานนับชั่วโมง หรืออาจจะรู้สึกปวดข้ามวันข้ามคืน นั่นคืออาการ “เจ็บท้องเตือน” ส่วนการ “เจ็บท้องคลอดลูก” คุณแม่จะรู้สึกได้ถึงมดลูกที่กำลังบีบรัดตัวเองอย่างรุนแรง และจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบทนไม่ไหวเลยทีเดียว แต่อาการปวดของคุณแม่จะหายไปเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อคุณได้ยินเสียงร้องของลูกน้อย และได้เห็นหน้าเทวดา หรือนางฟ้าตัวน้อย ๆ ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกแล้วนั่นเอง ! ทำไมต้องผ่าคลอด   อย่างที่เราทราบไปแล้วว่าหากต้องการความปลอดภัยในการคลอดลูกน้อย คุณแม่ต้องผ่านการวินิจฉัยจากคุณหมอก่อนเพื่อประเมินวิธีการคลอด โดยคุณแม่หลาย ๆ คนอาจต้องคลอดด้วยการผ่า มาถึงจุดนี้คุณแม่คงสงสัยแล้วว่ามีหลักเกณฑ์อะไรบ้างที่บ่งชี้ว่าคุณแม่ควรทำการผ่า   ขนาดศีรษะของเด็กทารก หากทารกมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ากระดูกเชิงกรานของคุณแม่จะต้องทำการผ่าคลอด เนื่องจากอาจทำให้การคลอดธรรมชาติเป็นไปได้ยากลำบากและอาจเกิดอันตรายได้ โดยแพทย์จะวัดเปรียบเทียบจากขนาดศีรษะของลูกน้อย   ภาวะที่เกิดระหว่างการคลอด หากลูกน้อยคลอดโดยไม่เอาศีรษะลงก่อนเหมือนการคลอดทั่วไป อาจต้องทำการผ่าตัด ท่าทางของลูกน้อยที่ต้องทำการผ่าคลอด เช่น นอนตะแคงแบบขวาง หรือท่าที่อวัยวะติดกันทำให้คลอดได้ยาก หรือจะเป็นรกต่ำสายสะดือย้อยทำให้ขัดขวางการคลอด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงลูกน้อยมีภาวะการเต้นของหัวใจน้อยลงหมออาจจำเป็นต้องผ่าคลอด ร่างกายของคุณแม่ หากคุณแม่มีอายุที่อยู่ในระดับมากขึ้นไปจะทำให้มีผลต่อแรงที่ใช้ในการคลอดธรรมชาติ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดทางหนึ่งคือการผ่านั่นเอง หรือการที่คุณแม่มีโรคที่มีผลต่อการคลอด เช่น ครรภ์เป็นพิษ โรคเริม เป็นต้น   การเตรียมตัวก่อนการผ่าคลอด พูดคุยกับแพทย์เพื่อบันทึกประวัติทางการแพทย์และสอบถามข้อมูลที่ต้องการ ก่อนการผ่าต้องอาบน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ และลดอัตราการเกิดเชื้อในตอนผ่าคลอด นอกจากนี้ห้ามโกนขนบริเวณอวัยวะเพศด้วยตนเอง หากเป็นปัญหาแพทย์จะทำการโกนเองระหว่างทำคลอด เมื่อถึงโรงพยาบาลคุณแม่จะต้องตรวจเลือดก่อนและถูกทำความสะอาดหน้าท้อง ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดกรดเพื่อลดอาการเจ็บปวดระหว่างการผ่าคลอดด้วย โดยระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดจะอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง การเตรียมตัวหลังการผ่าคลอด   คุณแม่ และลูกน้อยต้องอยู่ในการดูแลจากแพทย์ประมาณ 2-3 วัน โดยคุณแม่จำเป็นต้องพยายามขยับตัวเพื่อให้แผลจากการผ่าตัดสามารถฟื้นฟูได้เร็วขึ้น ในระหว่างนี้แพทย์จะคอยดูแลและระวังการติดเชื้อของแผลผ่าคลอด หากคุณแม่ต้องการให้นมลูกน้อยสามารถทำได้หลังมีอาการดีขึ้น เมื่อกลับบ้านคุณแม่ต้องพักผ่อนและดื่มน้ำให้มาก ๆ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรขับรถด้วยตนเองจนกว่าแผลจากการผ่าจะหายสนิท ระหว่างการพักฟื้นนี้หากคุณแม่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น มีอาการไข้สูง ช่องคลอดมีอาการผิดปกติ ให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเปิดหน้าท้อง
0
(178)
พูดคุยกับเรา :  LINE คลิก   โรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้จากการทานยาเหมือนกับหลาย ๆ โรคเพราะก้อนเนื้อจะมีแนวโน้มขยายใหญ่ขึ้นได้เรื่อย ๆ การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาโรคไส้เลื่อน หากปล่อยเอาไว้จะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง เช่น ลำไส้เน่า ลำไส้อุดตัน เป็นต้น   การรักษาไส้เลื่อน   สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัดโดยผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการ และวางแผนผ่าตัดตามอาการของโรคร้ายนี้ การผ่าตัดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การผ่าตัดแบบเปิด ถือเป็นการผ่าตัดตามแบบมาตรฐาน ส่วนอีกแบบคือการผ่าตัดผ่านกล้องซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะมีแผลการผ่าตัดที่เล็กกว่าแบบแรก และใช้เวลาในการฟื้นตัวไม่นาน แต่การรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องจะมีรายจ่ายที่สูงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด