ribbon
สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

 

 

 

โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่ภาษาอังกฤษเรียก stroke หรือภาษาแพทย์เรียก cerebrovascular accident (CVA) เกิดจากการที่เซลล์สมองขาดเลือด (ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและน้ำตาล) สมองขาดเลือดสามารถแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุใหญ่คือ หลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน (ischaemic stroke หรือ thrombosis) และการมีเลือดออกในสมอง (bleeding หรือ haemorrhage) โดยทั่วไปหลอดเลือดตีบและอุดตัน เป็นสาเหตุของ stroke ถึง 80% และเลือดออกในสมองเป็นสาเหตุเพียง 20%

ปัจจัยความเสี่ยงของการมีหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดทั่วร่างกาย ตีบและอุดตันมีอยู่ 10 ประการคือ

1) กรรมพันธุ์

2) เพศชาย

3) สูงอายุ

4) สูบบุหรี่

5) ความดันโลหิตสูง

6) เบาหวาน

7) อ้วน

8) ไขมันในเลือดสูง

9) ไม่ออกกำลังกาย

10) ความเครียด

แต่กรณีของหลอดเลือดสมองตีบและอุดตันอาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เต้นอย่างไม่มีศักยภาพ เช่น atrial fibrillation (AF) ทำให้เลือดคั่งในหัวใจ ทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งลิ่มเลือดนี้อาจหลุดและไปอุดตันหลอดเลือดในสมองได้ หรือมีเศษไขมันที่เกาะในหลอดเลือดที่คอ หลุดและไปอุดตันหลอดเลือดในสมองได้

 

อาการโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต คือ อาจมีอาการ แขน ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที หรือค่อยๆ เป็น ส่วนใหญ่มักเป็นข้างหนึ่งข้างใดของร่างกาย เช่น ข้างขวาหรือข้างซ้าย อาการอื่นๆ อาจมีอาการมึนงง พูดไม่ได้หรือพูดยาก หรือเข้าใจยาก มีปัญหาการมองของตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง มีปัญหาในการเดิน เวียนหัว เสียการทรงตัว ปวดหัวมาก เป็นลมหรือหมดสติ หรือปากเบี้ยว ทั้งนี้จะมีอาการอะไร มากน้อย ขึ้นอยู่ที่สมองส่วนไหนมีปัญหาและเป็นมากแค่ไหน ถ้าเป็นมาก สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันที

 

ในปี ค.ศ.2001 ประเมินกันว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตทำให้มีการเสียชีวิตในโลกถึง 5.5 ล้านคน หรือประมาณ 9.6% ของการเสียชีวิตทั้งหมด และ 2 ใน 3 ของการเสียชีวิตนี้อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา และ 40% เป็นผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี (หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร) รวมทั้งผู้ที่ไม่เสียชีวิตจะมีความทุพพลภาพ ทำให้ต้องพึ่งผู้อื่นไม่มากก็น้อย ล่าสุดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน และแตก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนในโลกถึง 17 ล้านคนต่อปี

 

องค์การอนามัยโลกให้คำนิยามของ stroke ว่ามีอาการต่างๆ ที่กล่าวไว้และเป็นนานกว่า 24 ชั่วโมง และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนใหญ่มาจากโรคของหลอดเลือด (แตกหรืออุดตัน) สำหรับ stroke ที่เกิดจากสภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดมีสาเหตุจากความดันโลหิตสูงเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นทุกๆ คนจึงควรดูแลสุขภาพตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ ตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีประวัติความดันโลหิตสูงในครอบครัว ความดันโลหิตไม่ควรสูงกว่า 140 มล.ปรอท(systolic blood pressure) และ 90 มล.ปรอทข้างล่าง (diastolic blood pressure) นอกจากนั้นทุกๆ คนควรมีพฤติกรรมที่เหมาะสม กล่าวคือ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมการกินอาหาร ออกกำลังกาย โดยดูแลให้ BMI,body mass index อยู่ไม่เกิน 23 (BMI หรือ ดัชนีมวลกาย คือ น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง) และพุงชาย หญิง ไม่เกิน 90 ซม. และ 80 ซม.ตามลำดับ ดูแลตนเองไม่ให้เป็นเบาหวานด้วยการมีพฤติกรรมดังกล่าว และควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ (ทุกปี) และถึงแม้สบายดี ควรตรวจหาระดับไขมันในเลือด (cholesterol ไม่ให้เกิน 200, LDL (low density lipoprotein) ไม่ให้เกิน 130 สำหรับคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจหรือเบาหวาน ถ้าเป็นโรคหนึ่งโรคใดใน 2 โรคนี้ควรไม่เกิน 100 ถ้าเป็นทั้ง 2 โรค LDL ควรต่ำกว่า 70, ส่วน HDL ยิ่งสูงจะยิ่งดี ผู้หญิงมากกว่า 50, ผู้ชายมากกว่า 40) และควรพยายามทำตัวไม่ให้เครียดด้วยการมีงานอดิเรก ออกกำลังกาย วางแผนทุกอย่างในชีวิตให้ดี ฯลฯ

 

ถ้ามีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดที่บ่งว่าน่าจะเป็นโรค stroke คือ ปวดหัวรุนแรง (นึกถึงเลือดออกในสมอง) หรือปากเบี้ยว แขน ขา ไม่มีแรง เดินเซ เวียนหัว เสียการทรงตัว หรือมีปัญหาการมอง ควรรีบโทรศัพท์แจ้ง 1669 ถ้าเป็น stroke การไปพบแพทย์เร็วที่สุดจะยิ่งดี ควรไปภายใน 4 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้น เมื่อไปถึงแพทย์จะตรวจร่างกาย รวมทั้งสั่งทำ CT scan เพื่อแยกแยะว่าเป็น stroke จากการอุดตันหรือหลอดเลือดแตกเพราะการรักษาไม่เหมือนกัน

 

ขอให้จำเบอร์ 1669 ไว้นะครับ ทางที่ดีใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือของท่านเลยภายใต้ emergency หรือฉุกเฉิน

ที่มา http://www.naewna.com/lady/columnist/31307