สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

เชื่อว่าใครหลายๆ คนคงมีความเชื่อที่ว่าเด็กๆ เท่านั้นที่จะต้องฉีดวัคซีน ความจริงแล้วเราทุกคนจำเป็นต้องฉีดวัคซีนตลอดช่วงอายุ แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักวัคซีนให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า

 

วัคซีนคืออะไร ใครบ้างที่ต้องฉีด?

        วัคซีนคือแอนติเจน หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “เชื้อโรค” ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคขึ้นมานั่งเอง 

เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวไกลในปัจจุบัน ทำให้มีวัคซีนใหม่ๆ ที่ป้องกันโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงนักท่องเที่ยว หรือคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเดินทาง การฉีดวัคซีนจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกๆ คน

วัยเด็กจุดเริ่มต้นของการฉีดวัคซีน เมื่อเจ้าตัวน้อยได้ลืมตาดูโลกแพทย์จะแนะนำให้ฉีด วัคซีนบีซีจี วัคซีนโรคโปลิโอ วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (DTP) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง และมีพัฒนาการอย่างสมวัย

 

ใครว่า...ผู้ใหญ่ไม่ต้องฉีดวัคซีน 

        การฉีด “วัคซีน” ก็เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่เช่นเดียวกับวัยอื่นๆ ซึ่งการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับสถานะของแต่ละคน เช่น ประวัติการฉีดวัคซีนในวัยเด็กที่อาจไม่ครบถ้วน หรือภูมิคุ้มกันอ่อนตัวลง ประวัติการรักษาโรค ไลฟ์สไตล์ อาชีพและการทำงาน

วัคซีนสำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุตั้งแต่ 19 - 26 ปี

        • วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ (ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี)

        • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี)

        • วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์)

        • วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (ควรฉีดตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น)

        • วัคซีนตับอักเสบบี (ควรตรวจภูมีคุ้มกันก่อนฉีดวัคซีน)

          สำหรับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 27-65 ปี ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีน บาดทะยักและคอตีบ ไข้หวัดใหญ่ และตับอักเสบบี

 

“วัคซีน” ลดความเสี่ยงผู้สูงวัย ห่างไกลโรค

        เมื่อย้อนกลับไปในช่วงที่ผู้สูงอายุยังอายุน้อย อาจไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคใหม่ๆ บางโรค หรือมีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนลดลงจึงต้องฉีดกระตุ้นใหม่ ที่สำคัญผู้สูงอายุจะมีภูมิต้านทานของร่างกายลดลงเป็นปกติ จึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อได้ 

วัคซีนที่ผู้สูงอายุควรฉีด มีดังนี้ 

        • โรคงูสวัด 

        โรคงูสวัดเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณผิวหนัง ทำให้ผื่นขึ้นเป็นแนวยาวตามบั้นเอวหรือชายโครง ใบหน้า แขนหรือขา วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดจะฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ฉีดเพียง 1 เข็มสามารถป้องกันได้นาน 10 ปี 

        • โรคไข้หวัดใหญ่

       เมื่อฤดูฝนและฤดูหนาวมาถึง ประเทศไทยมักจะเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหากเกิดในผู้สูงอายุอาจเกิดอาการรุนแรงและพบภาวะแทรกซ้อนได้ การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือผู้ที่พักอยู่ในสถานรับเลี้ยงคนชรา โดยจะต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกๆ 1 ปี

        • ปอดบวม

        โรคปอดอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อก็ได้ ซึ่งอาจมีทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนในเด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคง่าย หรือเป็นโรคบางอย่างที่ต้องให้ยากดภูมิต้านทาน เพราะถ้าผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับเชื้อ อาการจะรุนแรงกว่าคนทั่ว

 

ฉีดวัคซีน...เที่ยวสบายใจ ห่างไกลโรค 

        สำหรับในประเทศไทย เด็กทุกคนจะได้รับวัคซีนตามแผนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นวัคซีนมาตรฐานที่คนไทยทุกคนควรได้รับ การเก็บรักษาสมุดวัคซีน จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถระบุได้ว่าเคยได้รับวัคซีนชนิดใดไปแล้วบ้าง หากไม่มีสมุดวัคซีนเพื่อยืนยัน แพทย์อาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนใหม่ทั้งหมด ในกรณีที่ต้องเดินทางไปยังประเทศ ที่ต้องยื่นเอกสารการรับวัคซีนตั้งแต่เริ่มต้น

สำหรับวัคซีนที่ใช้ในนักท่องเที่ยวนั้นสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่    

        1. สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังประเทศในแถบแอฟริกาและอเมริกาใต้ 

        จำเป็นต้องได้รับ “วัคซีนไข้เหลือง” ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วัน ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR)

        2. วัคซีนที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว 

        แพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น สถานที่ที่จะไปมีความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่ ระยะเวลาหรือกิจกรรมที่ต้องไปทำระหว่างอยู่ต่างประเทศ รวมถึงพิจารณาจากสภาพร่างกายและโรคเดิมของผู้เดินทางด้วย

        โรงพยาบาลเพชรเวชพร้อมบริการให้คำปรึกษาและฉีดวัคซีนครบวงจร เพราะเราเห็นความสำคัญของการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีน เพราะทุกชีวิตสำคัญ...

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกโอพีดี พรีเมี่ยม (OPD Premium) ชั้น 16 อาคาร A โรงพยาบาลเพชรเวช โทร. 02-718-1515 ต่อ 213, 377, 371,372 สิทธิ์ชำระเงินเอง