สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

        วัคซีคสำหรับผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง  เราจะมาแนะนำให้รู้จักกันไว้ 3 ตัวคือ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคปอดอักเสบหรือปวดบวม และ วัคซีนโรคงูสวัด

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

        ในบ้านเราจะพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ผู้ป่วยมักจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างเฉียบพลัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดแขนขา ปวดข้อ ปวดรอบกระบอกตา ไข้สูง เจ็บคอ คอแดง มีน้ำมูกไหล ไอแห้งๆ ตาแดง โดยในคนทั่วไปอาการมักไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองในระยะเวลา 3-5 วัน แต่หากเป็นผู้ป่วยสูงอายุอาจทำให้มีอาการรุนแรงและพบภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น มีการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อย หอบ หรือถ้ามีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะปวดศีรษะ ซึมลง หมดสติ อาจจะมีอาการของโรคปอดบวม หอบ หายใจเหนื่อยจนถึงหายใจวาย

การป้องกัน

        การป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน โดยผู้ป่วยที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน เช่น 

• ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

• หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปและมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่

• ผู้ที่อาศัยในสถานเลี้ยงคนชรา

• เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง

• ผู้ที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการระบาด

• ผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคตับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน มีอาการไข้ต่ำ ปวด บวม แดง สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบน้ำอุ่นและรับประทานยาแก้ปวด ลดไข้ โดยอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

 

วัคซีนโรคปอดอักเสบหรือปวดบวม 

        โรคปอดอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อก็ได้ เชื้อที่ว่านั้นมีทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา หากหายใจเอาเชื้อโรคเข้ามาในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ อาการของโรคก็จะแสดงออกมา ผู้ป่วยในกลุ่มที่มีอาการชัดเจนจะปรากฏอาการภายใน 1-2 วัน มีอาการไข้ หนาวสั่น ไอมีเสมหะสีเขียว สีเหลืองหรือไอมีเลือดปน เหนื่อยหอบและหายใจลำบาก เจ็บหน้าอกเวลาไอ ส่วนกลุ่มที่มีอาการไม่ชัดเจนจะค่อยเป็นอย่างช้าๆ และใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรากฏอาการปอดอักเสบ ในบางที่รายรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด ภาวะช็อคในกรณีติดเชื้อรุนแรง ภาวะมีน้ำหรือเป็นหนองในเยื่อหุ้มปอด ภาวะฝีในปอด ภาวะการหายใจล้มเหลว เป็นต้น

การป้องกัน

        ปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบเฉพาะบางเชื้อโรค เช่น วัคซีนนิวโมคอคคัส ที่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงได้ ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ฉีดในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคง่าย เช่น คนที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง หรือเป็นโรคบางอย่างที่ต้องให้ยากดภูมิต้านทาน คนที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด เพราะถ้าผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับเชื้ออาการจะรุนแรงกว่าคนปกติ

 

วัคซีนโรคงูสวัด

        โรคงูสวัดพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่บริเวณผิวหนังซึ่งเป็นชนิดเดียวกับอีสุกอีใส ทำให้มีผื่นตุ่มขึ้นเป็นแนวยาวๆ ตามบั้นเอวหรือชายโครง ใบหน้า แขนหรือขา มักไม่มีอันตรายร้ายแรงและส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในผู้สูงอายุจะพบอาการแทรกซ้อนคือ อาการปวดเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาท ตั้งแต่ปวดเล็กน้อยจนปวดรุนแรงถึงขั้นทรมาน ไม่สามารถอยู่อย่างปกติได้ ในบางรายหลังที่แผลหายแล้วอาจยังมีอาการปวดประสาทนานเป็นแรมปี นอกจากนี้ อาจมีภาวะแรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล หรือถ้าเป็นบริเวณตาอาจสูญเสียการมองเห็นได้

การป้องกัน

        ปัจจุบันมีการใช้วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด โดยมีข้อบ่งใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ฉีดเพียง 1 เข็ม สามารถป้องกันได้ 10 ปี ซึ่งพบว่าวัคซีนสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคงูสวัดร้อยละ 51.3 และป้องกันการเกิดอาการเจ็บแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทในผู้ป่วยได้ร้อยละ 66.5 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคงูสวัดจะเกิดจากเชื้อชนิดเดียวกับอีสุกอีใสแต่วัคซีนที่ป้องกันอีสุกอีใสไม่สามารถป้องกันโรคงูสวัดได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกโอพีดี พรีเมี่ยม (OPD Premium) ชั้น 16 อาคาร A โรงพยาบาลเพชรเวช โทร. 02-718-1515 ต่อ 213, 377, 371,372 สิทธิ์ชำระเงินเอง