สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

         โรคไข้เลือดออก โรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และมักระบาดในฤดูฝน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ ดังนั้น เพื่อลดโอกาสการเกิดโรค มาทำความรู้จักกับตัวโรคให้มากขึ้นกันค่ะ

 

 

        โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดจะมีการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีตัวยาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ได้ แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ ทำให้เราสามารถป้องกันตัวเองจากภัยเงียบที่น่ากลัวนี้ได้

 

เชื้อไวรัสเดงกี่..แพร่จากยุงลายมาสู่คนได้อย่างไร?

        กระบวนการแพร่เชื้อไวรัสของโรคนี้นั้น เกิดจากยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดของผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกก่อน หลังจากนั้น เมื่อยุงลายตัวเดิมกัดคนที่อยู่ในระยะทางไม่เกิน 400 เมตร เชื้อดังกล่าวก็จะแพร่เข้าสู่คนที่สองนั้นทันที ซึ่งยุงชนิดนี้สามารถกัดคนได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มักพบได้ในบริเวณที่มีการเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ แจกัน จานรองตู้กับข้าว กระป๋อง ฝากะลา ยางรถยนต์เก่าๆ หลุมที่มีน้ำขัง เป็นต้น

 

อาการเตือนว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสเดงกี่

        หลังจากได้รับเชื้อจากยุงประมาณ 5 - 8 วัน จะทำให้มีอาการไข้สูงลอย (38.0-40 องศาเซลเซียส) ติดต่อกัน 2-7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดเบ้าตา ปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร เริ่มมีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้ อาจมีเลือดกำเดาไหล และเลือดออกตามไรฟัน (อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่มักไม่ไอ และไม่มีน้ำมูก)

 

โรคไข้เลือดออก...สามารถป้องกันได้

        วิธีการป้องกันตัวเองและคนรอบข้างที่ดี คือ ไม่ให้โดนยุงกัด นอนในมุ้งหรืออยู่ในห้องที่สามารถป้องกันยุงลายได้ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงการขจัดลูกน้ำและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

 

การดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออก

        ในปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ จึงให้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ คือ

         • เช็ดตัวลดไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการชัก

         • ให้ยาลดไข้จำพวกพาราเซตามอล “ห้ามใช้ยาจำพวกแอสไพริน” เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารและทำให้เลือดออกง่าย

         • ให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำชดเชย เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มีไข้สูง เบื่ออาหาร อาเจียนและอ่อนเพลีย ควรให้ดื่มน้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่ โดยดื่มทีละน้อยๆ แต่ดื่มบ่อยๆ

         • ควรให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย

         • เมื่อสงสัยว่าคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงลอย เกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือหน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะ หรือปวดกระบอกตา ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว จะช่วยให้ลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้

 

         วิธีการป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ คือ การกำจัดพาหะนำโรคอย่างยุงลาย   คว่ำ ปิดฝาภาชนะ หรือไม่ปล่อยให้ภาชนะมีน้ำขังเพื่อป้องกันยุงมาวางไข่ ใส่ทรายอะเบท (ABATE) ตามภาชนะใส่น้ำ รวมถึงการดูแลรักษาสุขภาพและการใช้ชีวิตของเรากันค่ะ