สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

     มดลูกถือเป็นอวัยวะสำคัญของคุณผู้หญิงทุกคน และในขณะเดียวกันก็เป็นจุดกำเนิดความเสี่ยงที่อาจทำให้ต้องป่วยเป็นโรคอันตรายได้อย่างมากมาย ในแต่ละปี มีผู้หญิงป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับมดลูกจำนวนมาก และก็มีจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคของมดลูก

ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการทำความรู้จักมดลูก จึงมีส่วนช่วยให้เราดูแลและป้องกันตัวเองจากโรคร้ายได้เป็นอย่างดี

 

 

มดลูกคืออะไร ทำความรู้จักไว้เพื่อดูแลใส่ใจได้ดีขึ้น

          มดลูก (Uterus) มีรูปร่างคล้ายผลชมพู่ หรือรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมหัวกลับลง กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร หนาประมาณ 2 เซนติเมตร อยู่ในบริเวณอุ้งกระดูกเชิงกราน ระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับทวารหนัก  ภายในเป็นโพรง ทำหน้าที่เป็นที่ฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว และเป็นที่เจริญเติบโตของทารกในครรภ์ มดลูกไม่ใช่อวัยวะที่ใช้ขับเลือดเสียของผู้หญิงอย่างที่หลายคนเข้าใจ การตัดมดลูก (Hysterectomy) ด้วยความจำเป็น เพื่อการรักษา อาจตัดมดลูกออกทั้งหมดหรือตัดออกเฉพาะบางส่วน

 

เหตุผลอะไรทำให้ต้องผ่าตัดมดลูก

          ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดมดลูก มีหลายสาเหตุ โดยที่พบบ่อย เช่น

          • เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids)

          • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

          • ตรวจพบมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งที่เกี่ยวกับมดลูก

          • มดลูกหย่อน (Uterine Prolapse)

          • เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ

          • มีอาการปวดเรื้อรัง

 

มะเร็งมดลูกตัวร้าย ภัยเงียบอันตรายที่ต้องระวัง

          ในช่วงแรกนั้นอาการของมะเร็งมดลูก มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ ประจำเดือนผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่มีประจำเดือนผิดปกติจะมีโอกาสเป็นมะเร็งมดลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้จักสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเอง และที่ไม่ควรละเลยคือ หากมีประจำเดือนผิดปกติควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย

 

3 รูปแบบการผ่าตัดมดลูก

          1. Total hysterectomy : เป็นการผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมด

          2. Partial hysterectomy: เป็นการผ่าตัดที่ทำมดลูกส่วนบนออก แต่เหลือปากมดลูกไว้ อาจมีการตัดรังไข่ด้วยในบางกรณี

          3. Radical hysterectomy : เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง โดยจะมีการตัดเนื้อเยื่อรอบปากมดลูกและช่องคลอดส่วนบนออกด้วย อาจมีการตัดท่อนำไข่หรือรังไข่หรือไม่ก็ได้

 

การผ่าตัดมดลูกด้วยวิธี การผ่าตัดแผลเล็ก

          “การผ่าตัดแผลเล็ก” หรือ “Minimally Invasive Surgery (MIS)” คือ เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ด้วยการเจาะผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษาให้เป็นรูขนาดเล็ก ๆ จากนั้นจึงทำการใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดลงไปเพื่อทำการผ่าตัดรักษา ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งภายในร่างกายที่ต้องการผ่าตัดได้ชัดเจนมากขึ้น และยังเป็นการผ่าตัดที่เจ็บตัวน้อย มีความเสี่ยงในการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนข้างเคียงได้น้อย ใช้เวลาในการฟื้นตัวน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยหายเร็วและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ไวขึ้น

 

เมื่อผ่าตัดมดลูกทิ้งไป ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรบ้าง?

          ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเอามดลูกออก จะต้องปรึกษากับแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ และควรต้องทราบถึงหน้าที่หลักของมดลูกที่มีความสำคัญคือ

          1. การมีประจำเดือน ที่เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูก ภายหลังที่ไม่มีไข่มาฝั่งตัว ซึ่งจะมีการฉีกขาดของเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลออก หรือที่เรียกทั่วไปว่า การเป็นประจำเดือน

          2. การตั้งครรภ์ เป็นที่ฝังของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว และพัฒนาเป็นตัวอ่อนจนกระทั้งเจริญเติบโตเป็นทารก

          3. การคลอด ขณะคลอดผนังมดลูกจะมีการหดตัวเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ทารกเคลื่อนออกผ่านมาถึงช่องคลอด

 

ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดมดลูก

          การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกไปในผู้ที่ยังไม่หมดประจำเดือน จะส่งผลให้ผู้ป่วยหมดประจำเดือนทันทีและขาดฮอร์โมนเพศหญิงร่วมด้วยหลังจากนั้นคุณอาจมีอาการ ดังต่อไปนี้

          • หมดประจำเดือน

          • อาการวัยทองเนื่องจากหมดประจำเดือน

          • อารมณ์ทางเพศลดลง

          • มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน โรคหัวใจ และกลั้นปัสสาวะไม่ได้

          • อาจพบอาการซึมเศร้าหรือเสียใจจากการไม่สามารถมีบุตรหลังการผ่าตัดได้

 

ทำอย่างไรเมื่อขาดฮอร์โมนเพศหญิง

          ถ้าอยู่ในวัยหมดประจำเดือนแล้ว และมีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นที่มดลูกหรือรังไข่ก็ตาม แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดออกทั้งหมด เนื่องจากว่าคุณผู้หญิงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากทั้ง 2 อวัยวะนี้อีกแล้ว แต่ถ้ายังอยู่ในวัยที่ยังมีการตกไข่อยู่ การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก จะมีผลต่อระบบฮอร์โมนเพศหญิง โดยปกติแล้วเมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนเพศหญิงไปก่อนวัยอันควร แพทย์ที่ทำการตรวจรักษาจะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อการรักษาต่อไป

          ส่วนการตัดมดลูกออกอย่างเดียวในผู้หญิงที่รังไข่ยังผลิตฮอร์โมนได้ จะมีผลเพียงไม่มีประจำเดือน แต่รังไข่ยังสร้างฮอร์โมนอยู่ ทำให้ยังไม่มีอาการวัยทองหรืออาการอื่น ๆ ดังที่กล่าวมา

 

          การผ่าตัดมดลูก นอกจากการศึกษาข้อมูลการผ่าตัด การเตรียมตัว หรืออื่น ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญ ที่ไม่ควรละเลย คือ การดูแลตนเองหลังผ่าตัด ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพราะในบางราย อาจจะเกิดความกังวลในเรื่องต่าง ๆ ที่จะตามมาหลังการผ่าตัด กลายเป็นเกิดภาวะซึมเศร้าขึ้นได้