สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

พ.ร.บ.รถยนต์ใครว่าไม่สำคัญ ในการขับขี่บนท้องถนนนั้น เราจะไม่ทราบเลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สิ่งที่จะคุ้มครองเราได้ก็คือ พ.ร.บ.รถยนต์ วันนี้มีเกร็ดความรู้ของเรื่อง  พ.ร.บ.รถยนต์ มาฝากกันค่ะ

 

Q : พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร

A : พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งจะออกค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น โดยเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถค่ารักษาพยาบาลจะเบิกจาก พ.ร.บ. เป็นอันดับแรก แล้วค่อยเบิกสิทธิ์อื่น ๆ เพราะเหตุผลนี้กฎหมายจราจรไทยจึงบังคับให้รถทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. ก่อนจึงจะต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ และถ้าไม่ทำก็มีโทษคือโดนปรับตามกฎหมายต่อไป

Q : ถ้าไม่ทำ พ.ร.บ. โดนปรับเท่าไหร่ 

A : จะมีความผิดตามกฎหมายจราจรและโดนค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท และรถคันนั้นก็จะไม่ได้ต่อทะเบียนรถยนต์ประจำปีโดนปรับอีก 400-1,000 บาท

Q : การใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. 

A : ค่าเสียหายเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด หากมีการบาดเจ็บจะได้รับเงินภายใน 7 วัน รายละ 30,000 บาท  และรายละ 35,000 บาท ในกรณีสูญเสียอวัยวะตามหลักเกณฑ์ที่พ.ร.บ.กำหนด

        • ถ้าในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บแล้วสูญเสียอวัยวะตามมา จะได้รับคนละไม่เกิน 300,000 บาท

        • ในกรณีที่เสียชีวิต จะได้รับเงินค่าปลงศพคนละ 35,000 บาท

        • แต่ถ้ารักษาพยาบาลแล้วเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะจ่ายค่าชดเชยคนละไม่เกิน 300,000 บาท (จ่ายตามจริง)

ส่วน ค่าสินไหมทดแทน คือ เงินชดเชยที่จะได้รับหลังการพิสูจน์ผิดถูกแล้วและเป็นฝ่ายถูกเท่านั้นจะได้รับ

        • ค่ารักษาพยาบาลเบิกตามจริง

        • เงินชดเชยในกรณีสูญเสียอวัยวะตามหลักเกณฑ์

        • เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร

        • ค่าชดเชยการรักษาตัว กรณีผู้ป่วยใน 

Q : พ.ร.บ. สำคัญแค่ไหนกับผู้ขับขี่

A : พ.ร.บ. รถยนต์ สำคัญมาก เพราะเป็นประกันรถยนต์ภาคบังคับที่มีขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี 2535 พ.ร.บ. มีขึ้นเพื่อคุ้มครองเบื้องต้นถ้าเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประสบอุบัติเหตุจะได้รับการรักษาพยาบาลในทันที

Q : ประชาชนกับความรู้เรื่อง พ.ร.บ.

A : ส่วนใหญ่แทบไม่รู้เกี่ยวกับเรื่อง  พ.ร.บ. หรือบางคนก็รู้คร่าวๆ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลเมื่อหลายปีก่อน หรือบางคนรู้ไว้เพียงว่า พ.ร.บ. มีไว้เพื่อต่อภาษีเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว พ.ร.บ. มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาเราควรที่จะตามบริษัทประกันเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรจะได้ หากเราไม่พอใจค่าสินไหมที่ได้รับตอบแทน ก็สามารถไปร้องเรียนได้ที่กรมการประกันภัย (คปภ.)

Q : ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.

A : เมื่อมีเคสเข้ามา เจ้าหน้าที่จะสอบถามคำถามแรกคือ มี พ.ร.บ. หรือไม่ เลขทะเบียนอะไร เกิดเหตุที่ไหน เจ็บตรงบริเวณใดบ้าง  เมื่อได้ข้อมูลก็จะมาคีย์ใน E-Claim หากคนไข้มี พ.ร.บ. ก็ทำการเปิดสิทธิ์และใช้สิทธิ์ของ พ.ร.บ. รักษาต่อไป

Q : ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.

A : บางคนจะคิดว่ามี พ.ร.บ.มีไว้เพื่อต่อภาษี แต่จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. มีไว้เพื่อคุ้มครองผู้ขับขี่เวลาเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องดูลักษณะและองค์ประกอบการเกิดเหตุว่าแต่ละเหตุเป็นยังไง และอีกข้อคือความเข้าใจผิดที่ว่าประกันรถยนต์ทั่วไปและ พ.ร.บ. เหมือนกันหรือไม่ คำตอบที่ถูกต้องคือ ประกันภัยรถยนต์ แบ่งเป็น 2 ประเภท 

        • ประกันภัยรถยนต์ที่กฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมี ก็คือ พ.ร.บ. 

        • ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยรถยนต์ที่เราสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ตามใจเรา ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2, 2+, 3, 3+ นั่นเอง

 

        ได้ทราบข้อมูลอย่างนี้แล้ว คงย้ำให้ทุกคนทราบว่า พ.ร.บ. สำคัญมาก เพราะไม่มีใครทราบว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากมี พ.ร.บ. ก็เป็นเหมือนการดูแลเบื้องต้นว่าดูแลรักษาได้ทุกที่ และได้รับค่าตอบแทนความเสียหายอย่างยุติธรรมเมื่อเราเป็นผู้ถูกละเมิดเท่านั้น

         เมื่อก้าวเข้ามาที่โรงพยาบาลเพชรเวชเรามีเจ้าหน้าที่พ.ร.บ. ที่พร้อมคอยให้บริการ ตั้งแต่เช็คสิทธิ์ ให้คำแนะนำในเรื่อง พ.ร.บ. ที่ผู้ประสบเหตุจะได้รับ รวมถึงการให้คำปรึกษาในเรื่องขั้นตอนหรือข้อสงสัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

ขอบคุณข้อมูลจากคุณสำเริง ใจดวง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ. ประจำโรงพยาบาลเพชรเวช