FAQ โปรแกรมผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
FAQ โปรแกรมผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง

Q : สนใจแพคเกจผ่าตัดไส้เลื่อนต้องทำอย่างไรบ้าง

 

A : หากสนใจแพคเกจผ่าตัดไส้เลื่อน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์โทร 0659861078 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงแนะนำการเข้ารับบริการตั้งแต่พบแพทย์จนถึงการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

 

 

Q : แพทย์ผ่าตัดไส้เลื่อนมีท่านใดบ้าง และออกตรวจในวันและเวลาใดบ้าง

 

A : แนะนำแพทย์เฉพาะทาง 2 ท่าน คือ นพ.ภูวสิษฏ์ ตรีจักรสังข์ และนพ.รัฐพร ดอนนาปี โดยจะออกตรวจคนไข้วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-11.00 และ 13.00-19.00 น. (เวลาอาจมีการปรับเปลี่ยน) ก่อนเข้ารับบริการท่านสามารถนัดหมาย และตรวจสอบคิวแพทย์กับเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์โทร 0659861078

 

 

Q : แพคเกจผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่

 

A : ก่อนเข้าแพคเกจจะมีค่าพบแพทย์ ค่าตรวจวินิจฉัยเพื่อผ่าตัด และกรณีวินิจฉัยต้องเข้ารับการผ่าตัดจะมีค่าตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด ทั้งนี้หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าผู้ป่วยเข้าแพคเกจได้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยค่าพบแพทย์ก่อนผ่าตัดประมาณ 800 บาทขึ้นไป ค่าบริการรพ. 200 บาท (ไม่รวมกรณีส่งตรวจอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม) และมีค่าตรวจร่างกายก่อนผ่าตัดประมาณ 2,000-5,000 บาท

 

 

Q : หากมีผลตรวจจากโรงพยาบาลอื่นมาแล้ว ควรทำอย่างไรบ้าง

 

A : หากมีผลตรวจจากโรงพยาบาลอื่น สามารถนำผลตรวจทั้งหมดมาประกอบพิจารณาการผ่าตัดเพิ่มเติมได้เลย หากแพทย์พิจารณาจากผลการตรวจเดิมได้ ผู้ป่วยอาจไม่ต้องตรวจรายการอื่น และอาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด

 

 

Q : หากมีผลตรวจจากโรงพยาบาลอื่นมาแล้ว แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล และต้องการทราบผลเบื้องต้นจะผ่าตัดได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร

 

A : หากมีผลตรวจจากโรงพยาบาลอื่น และต้องการทราบผลการผ่าตัดเบื้องต้น สามารถส่งให้ทางโรงพยาบาลเพื่อประสานพยาบาลและแพทย์ประเมินเบื้องต้นก่อนได้ หลังจากนั้นแพทย์จะนัดหมายมาพบแพทย์ตามขั้นตอนอีกครั้ง

 

 

Q : พบแพทย์แล้วสามารถผ่าตัดได้เลยหรือไม่

 

A : ในกรณีฉุกเฉิน หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าคนไข้ต้องเข้ารับการผ่าตัด สามารถผ่าตัดได้เลย ส่วนในกรณีไม่ฉุกเฉินแพทย์จะนัดหมายอีกครั้งโดยไม่เกิน 1 สัปดาห์ (ทั้งนี้อยู่ที่ความสะดวกของผู้ป่วยและคิวแพทย์ผ่าตัดด้วย)

 

 

Q : มีประกันชีวิตสามารถใช้ในแพคเกจนี้ได้หรือไม่

 

A : หากมีประกันชีวิตและมีการคุ้มครองการผ่าตัดสามารถเข้าผ่าตัดแพคเกจนี้ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบความคุ้มครองเบื้องต้นก่อนเข้ารับบริการ และในวันที่พบแพทย์เพื่อประเมินการผ่าตัดจะมีการเช็กความคุ้มครองอีกครั้ง

 

 

Q : สามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือไม่

 

A : กรณีสิทธิประกันสังคม สามารถผ่าตัดได้ซึ่งไม่สามารถเข้าแพคเกจได้ แต่จะต้องเข้าพบแพทย์ตามขั้นตอนประกันสังคม โดยจะต้องเข้าพบแพทย์ทางด้านอายุรกรรมหลังจากแพทย์วินิจฉัยจะส่งต่อแพทย์เฉพาะอีกครั้ง และนัดหมายเข้ารับการผ่าตัด

 

 

Q : หากมีสิทธิประกันสังคมแต่ไม่สะดวกรอผ่าตัดประสงค์จะชำระรักษาตามแพคเกจได้หรือไม่

 

A : หากผู้ป่วยประสงค์ผ่าตัดโดยไม่ใช้สิทธิประกันสังคมสามารถเข้ารับบริการได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาอีกครั้งค่ และผู้ป่วยจะต้องสละสิทธิ์โครงการประกันสังคมและยินยอมการรักษาค่าพยาบาลตามเงื่อนไขของโรงพยาบาลที่กำหนดก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

 

Q : ผ่าตัดไส้เลื่อนควรเลือกผ่าตัดแบบไหนดี

 

A1 : การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเปิดแผลจะเข้าไปผูกตัดถุงที่ยื่นออกมา จากนั้นจะทำการเย็บซ่อมผนังหน้าท้องส่วนที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้นเพื่อป้องกันการกลับไปเป็นซ้ำ แต่การเย็บซ่อมอาจดึงเนื้อเยื่อข้างเคียงเข้าหากัน ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่าย แต่เนื้อเยื่อที่ถูกเย็บเข้ามาหากันจะตึงมาก ผู้ป่วยมักมีความเจ็บปวดหลังผ่าตัด กลับไปทำงาน และเดินตัวตรงตามปกติได้ช้า

A2 : การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบผ่านกล้อง โดยการเจาะรูขนาดเล็ก ๆ บริเวณผนังหน้าท้องเพื่อเข้าไปซ่อมไส้เลื่อนจากด้านใน และเสริมแผ่นความแข็งแรง โดยมากจะมีแผลขนาดเล็ก 3 แผล โดยแผลที่สะดือที่ใส่กล้องจะมีความยาว 1 ซม. และแผลที่ใส่เครื่องมือจะมีความยาว 0.5 ซม. จากนั้นจะทำการเลาะด้านหลังของผนังช่องท้อง ซึ่งจะมองเห็นรูไส้เลื่อนจากทางด้านหลังได้อย่างชัดเจน แล้วใช้แผ่นตะแกรงสังเคราะห์คลุมกล้ามเนื้อตรึงด้วยหมุดเย็บ 3-4 ตัว

 

 

Q : ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดเท่าใด

 

A : ผ่าตัดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

 

Q : หากพบเป็นโรคไส้เลื่อน 2 ข้าง สามารถผ่าตัดได้ครั้งเดียว 2 ข้างเลยหรือไม่

 

A : สามารถผ่าตัดไส้เลื่อน 2 ข้าง พร้อมกันได้ (ทั้งนี้แพทย์จะพิจารณาความพร้อมทางร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง)

 

 

Q : ไส้เลื่อนเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร

 

A : เกิดจากผนังช่องท้องไม่แข็งแรง หรือกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากผลกระทบจากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด ไม่เพียงแค่นั้นยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ด้วย ได้แก่ การยกของหนักจนเกิดอาการเกร็ง หรือเกิดจากแรงดันภายในช่องท้อง เช่น ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ มีปัญหาด้านการขับถ่าย และมีอาการไอหรือจามอย่างรุนแรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นต้น

 

 

Q : ผ่าตัดไส้เลื่อนแล้วหายขาดเลยหรือไม่

 

A : ส่วนใหญ่เมื่อผ่าตัดแล้วจะหายได้แต่ไม่ 100% เพราะหากเกิดอาการไอเรื้อรังมาก มีเนื้องอกในช่องท้อง ต่อมลูกหมากโต ท้องผูกบ่อย หรือเบ่งหน้าท้องอาจจะทำให้กลับเป็นไส้เลื่อนอีกได้

 

 

Q : ผู้หญิงสามารถเป็นไส้เลื่อนได้หรือไม่

 

A : ผู้หญิงสามารถเป็นไส้เลื่อนได้ โดยเฉพาผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปอาจเป็นโรคไส้เลื่อนจากการที่แผลผ่าตัดปิดไม่สนิทจากการตั้งครรภ์ หรืออาจเกิดจากการไอจามเรื้อรัง ออกแรงเบ่งจากภาวะท้องผูก ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่มีการเกร็งหน้าท้อง ยกของหนัก ทำให้ลำไส้เล็กเลื่อนออกมาจากผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องที่บอบบาง หากปล่อยทิ้งไว้ขนาดของไส้เลื่อนอาจใหญ่ขึ้นหรืออาจเสี่ยงต่อภาวะไส้เลื่อนอุดตันได้