Petcharavejhospital.com
โปรโมชั่นสุขภาพ
คลายความกังวลใจ เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

เพิ่มเติม

เพิ่มเติม
บุคลากรแพทย์
พญ.แพร ทรัพย์สำรวย
สูตินรีเวช
ดูประวัติแพทย์
พญ.วารินทร์ เวสารัชวิทย์
ศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัด
ดูประวัติแพทย์
นพ.ภูวสิษฏ์ ตรีจักรสังข์
ศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัด
ดูประวัติแพทย์
นพ.อุเทน บุญอรณะ
ดูประวัติแพทย์

เพิ่มเติม
บทความสุขภาพ
เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขาด ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยงเป็นได้
การเล่นกีฬานั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในบางครั้งก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งนำมาสู่อาการบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นคือเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขาด ซึ่งไม่ใช่นักกีฬาเสี่ยงเป็นอาการนี้ได้ อีกทั้งหากไม่รักษาให้ถูกวิธี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และในอนาคตเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร     เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าคืออะไร   เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (Anterior cruciate ligament) คือ หนึ่งในเอ็นหลักของเข่าที่อยู่ลึกเข้าไปในบริเวณส่วนกลางของข้อเข่า มีหน้าที่รักษาความมั่นคงของข้อเข่า และควบคุมการเคลื่อนไหว รวมทั้งป้องกันการบิดหมุนของข้อเข่า ช่วยให้ข้อเข่าไม่เกิดอาการทรุด สร้างความมั่นคงในข้อเข่า     สาเหตุของเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขาด   การวิ่งลงน้ำหนัก และหมุนข้อเข่าขณะที่เข่ายังเหยียดตรง ทำให้เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าถูกกระชาก และเกิดการฉีกขาดได้   การบิดของเข่าอย่างรวดเร็ว และรุนแรง   การกระโดด หรือยกเท้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เอ็นไขว้หน้าถูกกระชากจนฉีกขาดได้   อุบัติเหตุจากการจราจร   กล้ามเนื้อตึง ไม่ยืดหยุ่น หรือไม่แข็งแรง ทำให้เข่าบาดเจ็บสะสมที่เอ็นไขว้หน้า และไม่ได้ฉีกขาดในทันที     อาการเอ็นไขว้หน้าเข่าขาด   ได้ยินเสียงลั่นในข้อ (Audible Pop) และรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรดีดอยู่ในขา   ปวดภายในเข่าลึกๆ   มีอาการเข่าบวม   มีเลือดออกในหัวเข่า ภายใน 1 - 2 ชั่วโมง ปวดเข่าจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้หลังจากการบาดเจ็บ   หากเกิดการบาดเจ็บแล้วทิ้งไว้ และไม่ได้รับการรักษา จะมีความรู้สึกเหมือนเข่าหลวม ข้อเข่าไม่มั่นคง หรือเข่าทรุด     การวินิจฉัยเอ็นไขว้หน้าเข่าขาด   ขั้นแรกนั้น แพทย์จำการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วย และทำการใช้เทคโนโลยีเครื่องแพทย์ในการตรวจอย่างละเอียด ได้แก่             การถ่ายภาพทางรังสีปกติ (Plain X-Ray) ใช้ในการตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ เช่น ภาวะกระดูกหัก   การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ใช้ในการวินิจฉัยอาการบาดเจ็บร่วมที่พบร่วมกันได้ เช่นกระดูกอ่อนบาดเจ็บ หมอนรองเข่าฉีกขาด     การรักษาเอ็นไขว้หน้าขาด   แพทย์จะทำการใส่เฝือกอ่อน และให้ยาลดการอักเสบประมาณ 1 สัปดาห์ แก่ผู้ป่วยเอ็นไขว้หน้าขาด เมื่ออาการบวม และการอักเสบเฉียบพลันบรรเทาลง แพทย์จะทำการตรวจวิเคราะห์เข่าอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมได้ในระดับใด หากผู้ป่วยไม่สามารถใช้เข่าได้เหมือนเดิมก็จำเป็นจะต้องลดกิจกรรมลง หากพบว่าผู้ป่วยมีการบาดเจ็บร่วมในส่วนประกอบอื่นของข้อเข่า ไม่สามารถงอเหยียดได้เต็มที่ เกิดอาการเข่าหลวม และข้อเข่าไม่มั่นคง แพทย์มีความเห็นผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็จะต้องเข้ารับการผ่าตัด   การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อสร้างเอ็นข้อเข่าเทียม   แพทย์จะทำการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าโดยการส่องกล้องแบบแผลเจาะรู (Keyhole) เพื่อนำเอาเอ็นจากบริเวณใกล้เคียงหรือบริเวณอื่นๆ มาทำเป็นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าที่มีปัญหา ไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแปลกปลอม ไม่เป็นอันตรายหรือสร้างผลข้างเคียง ช่วยให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติดังเดิม และผลการรักษามีประสิทธิภาพ     การดูแลหลังจากการผ่าตัด   1  เดือนหลังผ่าตัดให้ใช้ไม้เท้า และสนับเข่า   1.5 เดือนหลังผ่าตัด หยุดใช้ไม้เท้าและสนับเข่า   3  เดือนหลังผ่าตัด เดินเร็วได้   6-9  เดือนหลังผ่าตัด ทำกายภาพบำบัดให้เหมาะสมกับกีฬาแต่ละแบบ   ประมาณ 1 ปีหลังผ่าตัด สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้         การปฐมพยาบาลเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดในเบื้องต้น   ให้ผู้ป่วยนอนนิ่งๆ อย่าขยับ   ประคบเย็นให้เร็วที่สุด   ลองขยับเข่า งอเข่า เหยียดเข่า และค่อยๆ ลงน้ำหนัก   หากเข่ามีอาการบวม รีบนำส่งพยาบาล   หากมีอาการปวดเข่ารุนแรงมาก ไม่สามารถขยับได้ และข้อเข่าผิดรูป ควรให้ผู้ป่วยนอนเฉยๆ แล้วดามด้วยไม้ หรืออุปกรณ์อื่นๆ  หลังจากนั้นก็พันผ้ายึดให้แข็งแรงก่อนนำส่งโรงพยาบาล     เอ็นไขว้หน้าเข่าขาดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากมีอาการจากการได้รับบาดเจ็บ ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี และม่ควรปล่อยปละละเลยเป็นอันขาด ทั้งนี้ในปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้อง สามารถทำให้ผู้ป่วย เจ็บน้อย พักฟื้นไว กลับมาเล่นกีฬา หรือดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว       เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง     โปรแกรมตรวจสุขภาพข้อเข่าเสื่อม
อ่านเพิ่มเติม
สำลักเงียบ ภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน
สำลักเงียบ (Silent Aspiration) คือ การสำลักอาหารหรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจโดยไม่มีอาการไอ (cough) หรือ เสียงพร่า (wet voice) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน และเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย รวมทั้งสามารถส่งผลให้เกิดปอดอักเสบ (Aspiration pneumonia)     สาเหตุของภาวะสำลักเงียบ   สำลักเงียบนั้น เกิดขึ้นจากความผิดปกติของการตรวจจับจากปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย (reflexes) โดยมากนั้นเกิดในผู้ที่มีการรับสัมผัสในช่องปากผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถตรวจจับได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลุดลงไปในทางเดินหายใจ จึงทำให้ไม่มีอาการไอขับออกมา     อาการของภาวะสำลักเงียบ   การสำลักเงียบจนเกิดภาวะหลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบติดเชื้อ จะมีอาการดังนี้   เป็นไข้   หายใจไม่สะดวก   เหนื่อย หอบ   เจ็บแน่นหน้าอก   ไอมีเสมหะ   ซึมลง   การสำลักเงียบจากภาวะกลืนลำบาก มีอาการดังนี้   กลืนน้ำลายไม่ลง   กลืนซ้ำหลายๆ ครั้ง   กลืนแล้ว รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ   อาหาร และน้ำขย้อนออกมาหลังจากกลืนไปแล้ว   มีน้ำลายไหลออกจากปากตลอด   รับประทานอาหารได้น้อยลง   น้ำหนักตัวลดลง     การรักษาภาวะสำลักเงียบ   การฝึกกลืน   การฝึกกลืนอย่างเหมาะสมสามารถรับประทานอาหาร และน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้   การใส่สายยางให้อาหาร   สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการการกลืนอย่างรุนแรง ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการฝึกกลืน มีความเสี่ยงสูงต่อการสำลัก รวมทั้งการได้รับสารอาหารน้ำ และยาไม่เพียงพอ         การป้องกันภาวะสำลักเงียบ   การปรับรูปแบบอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล   เลือกประเภทอาหารที่เคี้ยว และกลืนได้ง่ายขึ้น   การปรับท่าทางในขณะรับประทานอาหารของผู้ป่วย   นั่งตัวตรง 90 องศา ขณะรับประทานอาหาร   ปรับวิธีการที่ได้รับอาหาร ปริมาณน้ำ และอาหารที่ควรได้ต่อวัน   กัดชิ้นเล็กๆ หรือหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ   รับประทานอาหารให้เสร็จ แล้วค่อยดื่มน้ำ   ฝึกเทคนิควิธีการเคี้ยว และกลืน   การดูแลสุขอนามัยในช่องปาก   พบทันตแพทย์เป็นประจำ   การออกกำลังกายฟื้นฟูความสามารถในการกลืน   หลีกเลี่ยงการใช้ยากล่อมประสาทหรือยาที่ทำให้น้ำลายแห้งก่อนรับประทานอาหาร     เมื่อพบว่าผู้สูงอายุมีอาการสำลักเงียบ ควรหลีกเลี่ยงการได้รับอาหาร และดื่มน้ำผ่านทางช่องปาก และหากมีปัญหาการกลืนร่วมด้วยกับภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ ความผิดปกติทางระบบประสาท มะเร็งศีรษะ และลำคอ ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง
อ่านเพิ่มเติม
44
ปี ที่ดูแลทุกสิทธิ์
764,902
ผู้ใช้บริการรักษา : ต่อปี(ประมาณ)
2153
ผู้ป่วย : วัน
452
ผ่าตัดส่องกล้อง : เดือน